Starting Point and Water image
เราจะเริ่มต้น Begin นิยายตรงไหนดี?

Begin เราจะเริ่มต้นเขียนนิยายอย่างไรดี?

เริ่มต้นได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว นั่นเป็นคำพูดที่เป็นจริงอย่างที่สุด ที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาเนิ่นนานแล้ว และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราค้นหา จุดเริ่มต้น Begin ที่จะมาเขียนนิยาย จุดนั้นของเรามาได้

สมัยก่อนนิยายจะเผยแพร่ทางนิตยสารรายสัปดาห์และได้รับความนิยมสูงมาก สูงจนแม้แต่หนังสือพิมพ์รายวันก็ยังมีนิยายแทรกอยู่ 1-2 เรื่อง

ปัจจุบันถึงแม้ว่านิยายตามหน้านิตยสารรายปักษ์จะเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่การเผยแพร่นิยายทางออนไลน์ ก็ยังคงมีอยู่มาก ซึ่งทำให้เราพอมองเห็นว่า แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นิยายก็ยังมีมนต์ขลัง เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ทีมีมากพอที่จะดึงนักอ่านนักเขียนไม่ให้ห่างหายไปไหน

การอ่านการเขียนเป็นรากฐานทางอารยธรรมของมวลมนุษย์ชาติ เป็นสารตั้งต้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ ให้ก่อเกิดและสืบทอดต่อไป

นิยายจะเป็นเรื่องแต่งเพื่อความบันเทิง อย่างหนึ่ง ความหมายก็คือเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้เป็นความจริง ซึ่งก็รวมเอานิทาน เรื่องเล่าปรัมปรา ตำนาน รวมอยู่เป็นประเภทเดียวกันด้วย

ส่วนเรื่องจริง เช่นข่าว ชีวประวัติ สารคดี พงศาวดาร ประวัติศาสตร์ เหล่านี้จะเขียนออกมาจากความเป็นจริง หรืออิงอยู่กับความเป็นจริงจึงไม่ได้เป็นนิยาย

ซึ่งประเภทของนิยายนั้นก็จะแบ่งออกไปได้หลากหลายแนว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะแบ่งไปตามลักษณะหรือแนวของเนื้อเรื่อง ว่าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องในแนวไหน เช่น ถ้าเป็นเรื่องในแนวรักๆ ใคร่ๆ ก็จะถูกจัดแบ่งให้เป็นแนวโรม้านซ์ ถ้าเป็นเรื่องบู้ล้างผลาญ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมก็จะบอกว่าเป็นแนวแอ็คชั่น ถ้าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผ่อนคลาย รีแล็กซ์ก็จะถูกจัดให้เป็นแนวตลก หรือถ้าเป็นแนวตื่นเต้นสยองขวัญสั่นประสาทก็จะถูกจัดให้เป็นแนวสยองขวัญ

นอกจากนี้แล้วนิยายยังถูกแบ่งยิบย่อยลงไปอีกได้มากมาย เช่น นิยายรัก ก็จะมีรักแบบลูกทุ่ง แบบลูกกรุง รักเบาสมอง เป็นต้น

ว่ากันว่าการเขียนนิยายจะไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว จึงไม่สามารถที่จะสอนหรือถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นได้ ความจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะแต่ละคนก็ล้วนมีความถนัดที่แตกต่างกัน มีความชอบความไม่ชอบที่แตกต่างกันออกไป

แต่เราก็สามารถที่จะศึกษาเรียนรู้หลักการกว้างๆ เรียนรู้ถึงวิธีการเขียนของนักเขียนรุ่นพี่มาเป็นแนวทางและประยุกต์ใช้กับตัวเราเองได้ เช่นเดียวกันกับศาสตร์แขนงอื่นๆ เช่น ศาสตร์ทางด้านการกีฬา ก็ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดให้ทุกๆ คนเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกาจสามารถได้เหมือนๆ กันทั้งหมด

แต่ศาสตร์ทางด้านกีฬาก็ยังมีการเรียนการสอนกันอยู่ตลอดมา

การเขียนนิยายก็ไม่มีอะไรมาก ถ้ามีกระดาษก็ให้เขียนลงไปในกระดาษ ถ้ามีโทรศัพท์ก็ให้ใช้โทรศัพท์ในการเขียน ไม่มีอะไรเลยให้เขียนลงไปที่ไหนสักแห่งอาจจะเป็นข้างฝา หรือพื้นทราย ความหมายก็คือขอให้เรามีความสุขที่ได้เขียน อย่าลืมว่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน วงกลมวงหนึ่งได้ถูกเขียนลงไปบนพื้นดิน วงกลมวงนั้นมันคือต้นแบบของขดลวดเทสล่า

แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไรดี?

ปัญหาสำคัญไม่น้อยเลยสำหรับการเริ่มต้นลงมือเขียนของนักเขียนมือใหม่ คือเราไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร ไม่รู้จะยึดเอาอะไรมาเป็นหลักในการเขียน

ซึ่งผมพอมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการหา จุดเริ่มต้นในการเขียนนิยาย Begin มาฝากอยู่บ้าง

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นมีดังนี้คือ

1. เขียนในสิ่งที่เรารู้ เรื่องไหนที่เราไม่รู้เราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเขียนถึง แต่มีข้อแม้อยู่ว่าในเรื่องที่เราไม่รู้นั้นเราจะสามารถไปเรียนรู้ไปหาข้อมูลมาได้จนเราสามารถรู้และนำมาเขียนได้ จริงอยู่ที่ว่านิยายนั้นจะไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะเขียนจากอะไร? โดยที่เราไม่รู้เลยก็ได้

2. เขียนในเรื่องที่เราเก่งที่สุด เพราะว่าไม่ว่าอะไรก็ตามถ้าเป็นสิ่งที่เราถนัดเราจะทำได้ดีที่สุดอย่างน้อยๆ ก็จะดีกว่าสิ่งที่เราไม่ค่อยถนัดอย่างแน่นอน สิ่งที่เราถนัดนั้นไม่ว่าอะไรก็สามารถนำมาเขียนเป็นนิยายได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นนักบินอวกาศ หรือเป็นนายกรัฐมนตรี

3. เขียนในสิ่งที่เราชอบ ถึงจะไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่ถึงกับเป็นข้อขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เช่นเราชอบอ่านนิยายรักหวานแหวว จะให้เราไปเขียนนิยายแนวเพื่อชีวิตก็คงจะเป็นไปไม่ได้

4. เขียนในเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนเขียนถึง อาจจะเป็นเรื่องราวที่คนอื่นๆ เขามองข้าม หรือเกลียดกลัวอาจจะเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ๆ ตัว หรืออาจจะเป็นเรื่องจากนอกพิภพ แต่ไม่เคยมีใครสนใจจะนำมาเขียน

5. เขียนในแนวเรื่องที่แปลกแหวกแนวออกไป เรื่องแบบนี้อาจจะคล้ายๆ กันกับเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครเขียนถึง แต่เรื่องที่แปลกจะหมายเรื่องที่ไม่มีคนเคยพบเคยเห็นหรือคาดไม่ถึง ว่าจะมีอยู่ในโลกนี้

6. เขียนจากความคิดเห็นของคุณเองจากอะไร? ละ จากสิ่งต่างๆ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่ ดอนัลด์ ทรัมป์ ทำสงครามการค้ากับจีน คุณมีความคิดเห็นอย่างไรละ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือเฉยๆ ก็เขียนออกมาเป็นนิยายได้ เขียนเป็นพล็อตขึ้น ใส่ตัวละครเข้าไป

8. จากประสบการณ์ของเราเอง ประสบการณ์จากการทำงาน ประสบการณ์จากการไปเที่ยว แล้วเราก็นำมาดัดแปลงใส่ตัวละคร ใส่บทพูดเข้าไป ก็เป็นนิยายได้แล้ว

สรุป

นี่เป็นหลักกว้างๆ ที่จะช่วยให้เราค้นหาแนวคิดที่จะมาเป็น จุดเริ่มต้น Begin ในการเขียนนิยาย ที่นิยมใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย หวังว่าจะช่วยให้คุณผู้อ่านได้แนวความคิดบ้างไม่มากก็น้อย

คุณผู้อ่านครับถึงแม้ว่าภารกิจในชีวิตประจำวันของเรานั้นจะยุ่งยากมากมายขนาดไหน การสละเวลาเพียงเล็กน้อยมาอ่านมาเขียนนิยาย ก็จะเป็นเรื่องผ่อนคลายให้กับชีวิตของเราได้ไม่เลวเลยนะครับ

แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามชีวิตของเรานี้ช่างเงียบเหงาเสียเหลือเกินไม่มีงาน ไม่มีอะไรทำ สับสน ดูไร้ค่า ผมว่า การที่เราจะหันมาลองเขียนนิยายดูบ้าง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ไม่เลวเช่นเดียวกันนะครับ

เอาไว้พบกันใหม่ในโอกาศต่อไปครับ