character and people image
ตัวละคร Character ในนิยาย

Character ตัวละครในนิยาย

นักแสดงที่ถูกกำหนดให้แสดงบทบาทอยู่ในนิยายของเราก็คือ Character หรือตัวละครในนิยายนั่นเอง

ผู้ที่เรากำหนดและกำลังมีบทบาทโลดแล่นอยู่ในนิยายของเรานั้น อาจจะเป็นคนๆ หนึ่งก็ได้ ผีตนหนึ่งก็ได้ หรือแม้แต่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่พูดได้ก็ได้

พูดใหเข้าใจง่ายๆ ก็คือสิ่งที่จะมาเป็นตัวละครนั้นเป็นได้ไม่จำกัด เท่าที่นักเขียนจะจินตนาการขึ้นมา

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ ตัวละครก็คือรูปหนังตะลุงแต่ละตัว นักเขียนก็คือคนเชิดหรือนายหนังนั่นเอง

นักเขียนนิยายได้เสกสรรปั้นแต่งตัวละครขึ้นมาจากภาพในความฝันของตัวเอง ให้มีตัวตนมีชีวิตชีวา โลดแล่นไปได้เหมือนคนจริงๆ

ตัวละครจะเป็นเหมือนกุญแจที่จะไขเข้าไปในบ้านไขเข้าไปในส่วนต่างๆ ของบ้านไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องครัว ดังนั้นตัวละครจึงมีความสำคัญมาก เพราะผู้ที่จะมาอธิบายพล็อตเรื่องและจุดมุ่งหมายให้นิยายของเราจนผู้อ่านเกิดความกระจ่างใสก็คือตัวละคร

ในโลกของนิยายแล้วตัวละครจะมีความสำคัญมากกว่าพล็อตของเรื่องเสียอีก เพราะถ้าไม่มีตัวละครเราก็คงจะเขียนพล็อตขึ้นมาไม่ได้ แต่ถ้าเรามีตัวละครแล้วก็ไม่ยากที่จะสร้าพล็อตขึ้นมา

ในการสร้างตัวละครให้มีคนเห็นใจ คอยใจเอาช่วยก็คือสร้างให้ถูกเอารัดเอาเปรียบถูกรังแก ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม โดนดูถูกเหยียดหยามต่างๆ นาๆ

หากต้องให้การดำเนินเรื่องมีพลัง เรื่องมีน้ำหนักสมเหตุสมผล ควรสร้างให้ตัวละครมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีพัฒนาการ Development ไม่ควรอยู่นิ่งๆ อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะภายนอก หรือการเปลี่ยนแปลงในลักษณะภายในจิตใจก็ได้

ในการเล่าเรื่องหรือชี้แจงบุคลิคของตัวละครนั้นจะมีขบวนการตามลำดับขั้นตอนดังนี้

1. สร้างสถานะของการเปลี่ยนแปลงให้เกิดให้มีขึ้น ภาวะนั้นอาจจะเรียกว่าแรงปรารถนา และให้แรงปรารถนานั้นเป็นเหมือนเฟืองขับให้เรื่องเดินไป

2. แรงปรารถนานั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทนไม่ได้ของตัวละคร กับบทบาทเดิมๆ ที่เคยเป็นอยู่ จะเป็นใครก็ได้ที่ไม่สามารถจะทนได้กับสภาพเดิมๆ ของตัวเองได้แล้ว อาจจะเป็นเมียที่ทนผัวขี้เมาชอบทุบตี หรือผัวที่ทนไม่ได้กับเมียปากร้าย ติดการพนัน คบชู้สู่ชายเป็นประจำ ลูกจ้างที่ทนกับนายจ้างเคี่ยวเค็มเอาแต่ได้ไม่ไหว เรื่องของตัวละครมักจะเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่ง ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง

ตัวอย่างของชีวิตที่ไม่แตกต่างไปจากนิยายเลย ก็คือชีวิตของเจ้าแม่ซีรี่ย์ของไทย คือนิยายจะเริ่มตรงที่เขาทนไม่ได้กับสภาวะเดิมของตนต้องการความเปลี่ยนแปลง คือเขาทนไม่ได้กับคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนรอบข้างว่าเป็นกระเทยไม่มีทางเจริญ กับการไม่ยอมรับของครอบครัว เขาจึงต้องพยายามเอาชนะคำสบประมาทนั้นให้ได้ จึงตั้งใจเรียนและทำงานอย่างหนักงานแรกที่เขาทำคือเป็นเด็กปั้ม หลังจากนั้นก็มาจับธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับวีดีโอที่กำลังซบเซาจับงานแรกจากการนำสารคดีมาลงแผ่นขายปรากฎว่าเจ้ง แล้วก็ล้มลุกคลุกคลานจนสามารถประสบความสำเร็จได้ในที่สุด ความเป็นจริงจบลงโดยเขาประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับจากครอบครัวและสังคม เขาเปลี่ยนบทบาทใหม่คือเป็นผู้หญิงเต็มตัว แต่ถ้าเป็นนิยายที่เราแต่งขึ้นเราอาจจะให้เรื่องจบลงด้วยรูปแบบอื่นได้อีกเช่น อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่แตกต่างเกิดขึ้นกับเขา หรือให้เขากลับมาสู่สถานภาพเดิม และเขาอาจจะไม่ประสบกับความสำเร็จ แต่กำลังหาทางไปสู่ความสำเร็จให้ได้

3. สร้างลักษณะของบทบาทจากสถานะเหล่านี้ มาบอกเล่าหรือชี้แจงประเภทของตัวละครนั้นๆ ว่ามีความสำคัญอย่างไร ในนิยายของเรา เช่นเป็นพระเอก ตัวรอง ดาวร้าย เป็นต้น

พื้นฐานหลักๆ ที่จะมากำหนดในการสร้างตัวละครจะมีดังนี้

1. Appearance ลักษณะภายนอก คือรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ

2. Attitude ลักษณะภายใน คือความรู้สึกนึกคิด

3. Background ภูมิหลัง คือประวัติความเป็นมา

4. Speech ลักษณของการพูด คือประโยคสนทนาที่เราอาจจะสร้างเอาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ของเขาไปเลยก็ได้ เช่น "ตื่งๆ มีเรื่องแย้ว" นี่คือคำพูดของ อ่าง เถิดเทิง ที่จะไปพูดที่ไหนก็มีคนรู้

5. Role บทบาท คือบทบาทในเรื่องอาจจะเป็นพระเอก ดาวร้าย พระรอง หรือตัวประกอบอื่นๆ

ความสำคัญของตัวละครแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ

1. ตัวละครสำคัญ

ตัวสำคัญ ตัวละครกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีบทบาทในการแสดงมากเป็นกลุ่มตัวละครที่ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องราวต่างๆ ในนิยายจะเป็นเรื่องราวของตัวละครกลุ่มนี้ ตัวละครกลุ่มนี้เรามีความจำเป็นจะต้องบอกรายละเอียดให้ผู้อ่านได้รู้บ้างพอสมควรไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก ความคิด ประวัติความเป็นมา ลักษณะเด่นของคำพูด และบทบาทในเรื่อง

ตัวละครประกอบบางตัวเขียนไปเขียนมากลายเป็นตัวละครสำคัญขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ลงเป็นตอนๆ ไปเราควรจะกลับไปแก้ไขกลับไปดูในตอนปูเรื่องว่ามีตัวละครตัวไหนบ้างที่เราเคยให้ผ่านเข้ามาเป็นตัวประกอบย่อยในฉากแล้วหายไปเฉยๆ พอจะหยิบยกขึ้นมาปัดฝุ่นดัดแปลงมาให้เป็นตัวละครตัวนี้ได้บ้างก็ให้นำมา

Character (ตัวละคร) ในนิยายกลุ่มนี้เราจะทิ้งไปเฉยๆ โดยไม่บอกผู้อ่านว่าหายไปไหนไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้ว่าตาย ไปต่างประเทศ ไปอยู่ต่างจังหวัด ยกเว้นแต่เป็นตัวละครสถานที่เช่น ครูประจำชั้น เจ้าของร้านกาแฟ คนทำงานอยู่ประจำที่ ตัวละครพวกนี้แม้ว่าจะเป็นตัวละครสำคัญในนิยายของเรา แต่ผู้อ่านจะไม่คิดถึงเพราะพอจะเดาได้อยู่ว่าเขาน่าจะอยู่ในที่ๆ เขาเคยอยู่

ตัวละครสำคัญคือกลุ่มของตัวละครที่เราคาดหมายว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาบ้างในตอนจบของนิยาย บทบาทการกระทำที่โลดแล่นไป ตลอดจนความคิดความอ่านของตัวละครกลุ่มนี้ ล้วนทำให้พล็อตดำเนินไปตลอดทั้งเรื่อง

2. ตัวประกอบ

ตัวประกอบ จะเหมือนกับตัวละครสำคัญทุกอย่าง เพียงแต่จะเป็นตัวละครที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญที่จะต้องติดตาม เป็นตัวละครที่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้างในตอนจบของนิยาย ตัวละครเหล่านี้ออกมาเพื่อทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่างแล้วก็หายไป

3. และตัวประกอบย่อย

ตัวประกอบย่อย จะเป็นแค่ตัวเดินผ่านฉากแล้วก็หายไป เราไม่ต้องสร้างอะไรให้ผู้อ่านรู้จัก เรามีไว้เพื่อสร้างความสมจริงของเรื่องเท่านั้น

อาจจะสรุปได้ง่ายๆ ว่า

ในตัวละครแต่ละตัวควรจะมีองค์ประกอบเหล่านี้เป็นพื้นฐาน จึงจะมีความ เหมาะสมพอที่จะนำมาเป็นตัวละครในนิยายของเราได้ พื้นฐานเหล่านั้นคือ

มีรูปร่างหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด

มีความคิดเห็นหลากหลายเป็นของตัวเอง

มีภูมิหลังหรือที่ไปที่มาโดดเด่นน่าสนใจไปคนละแบบ

มีลักษณะการพูดหรือมีบทสนทนาเฉพาะที่เป็นรูปแบบของตัวเอง

ก่อนจะสร้างตัวละครนั้นๆ เราควรคำนึงถึงบทบาทของเขาเป็นหลัก และCharacter ตัวละครในนิยาย ควรจะออกมาตามบทบาทเช่นเดียวกันกับลิเกคือเมื่อถึงบทถึงตอนแล้วค่อยทยอยกันออกมา ไม่ใช่ออกมาพร้อมๆ กัน จะทำให้เนื้อเรื่องแน่นอึดอัดจนเกินไป