dialogue and buddha statue image
บทสนทนา 1

Dialogue บทสนทนาในนิยาย

คำพูดที่ตัวละครใช้พูดคุยโต้ตอบกันไปมาในนิยายเรียกว่าบทสนทนาในนิยาย

หรือถ้าจะอธิบายง่ายๆ บทสนทนาก็คือบทบรรยายนั่นเอง เพียงแต่เราไม่ได้บรรยายด้วยตัวเอง เราได้ใช้ให้ตัวละครของเราพูดคุยโต้ตอบกันไปมาแทน ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะให้ตัวละครของเราพูดคุยโต้ตอบกันไปมาได้ในทุกเรื่อง ในนิยายของเรา

ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายถึงลักษณะรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอของตัวละครแต่ละตัว ปมข้อขัดแย้งปัญหาต่างๆ ในเรื่องทั้งข้อขัดแย้งภายนอกที่เป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา หรือข้อขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละครเอง เช่นความเชื่อ แนวความคิด ความปรารถนา ความหวังต่างๆ

นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถให้ตัวละครของเราพูดคุยโต้ตอบถามไถ่กันไปมา เพื่อบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมา หรือภูมิหลังของตัวละครนั้นๆ ตลอดจนบอกเล่าถึงรายละเอียดอื่นๆ อีกที่มีในนิยายได้ทั้งหมด

ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้บทสนทนาแตกต่างไปจากองค์ประกอบอื่นๆ ที่มีในนิยาย ไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่อง ตัวละคร กรอบของเรื่อง หรือแม้แต่บทบรรยายเองก็ตาม นั่นก็คือบทสทนาจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถสร้างสรรค์ให้นิยายดูมีความสมจริงมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้

ถ้าแบ่งตามลักษณะของการใช้งานบทสนทนาจะมีอยู่ 2 แบบคือ

1. บทสนทนาในนิยายทั่วไป

บทสนทนาทั่วไปจะไม่มีข้อมูลอะไรเลยหรือมีน้อยมาก ไม่ช่วยในการดำเนินเรื่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพล็อตเรื่องมากนัก ให้นึกถึงประโยคสนทนาภาษาอังกฤษ เช่น คำว่า "สวัสดีครับโต๊ะตัวนี้ว่างไหม?" "คุณจะรับอะไรดี?" ประโยคพวกนี้ มีความจำเป็นต้องมี เพื่อช่วยในการเดินเรื่อง หรือสลับกับบทสนทนาข้อมูลสำคัญ เป็นการปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ซ้ำซากจำเจเกินไป หรือใช้เป็นจุดเซื่อมต่อระหว่างฉากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่ง

ข้อควรระวังคือให้นำมาใช้ให้น้อยที่สุด

2. บทสนทนาสำคัญ

ส่วนบทสนทนาสำคัญนั้นแท้จริงก็คือบทสนทนาที่ให้ข้อมูลสำคัญของนิยายเรา เช่นการอธิบายถึงภาพโดยรวมของตัวละครในเรื่องหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพล็อตเรื่อง

ในการเขียนนิยาย เรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใส่ข้อมูลเข้าไปในบทสนทนา ให้กับตัวละครของเรา เพื่อขับเคลื่อนให้นิยายของเราเดินไปข้างหน้า

เราจึงขาดบทสนทนาประเภทนี้ไปไม่ได้

ข้อควรระวังในการใส่ข้อมูลให้กับบทสนทนาข้อมูลสำคัญ

นักเขียนนิยายมักจะพลาดง่ายๆ ให้กับบทสนทนาประเภทนี้ เพราะในชีวิตจริงของคนแล้วไม่มีใครจะไปจดจำข้อมูลต่างๆ มากมายเหล่านั้นเอาไว้ได้ และนำมาพูดคุยอยู่ได้บ่อยๆ แต่ในนิยายเรามีความจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ มานำพาให้เรื่องราวต่างๆ ในนิยายของเราเดินไป ทำให้เราไปมุ่งเน้นที่ข้อมูลอย่างเดียวเช่น ในเรื่องตัวละครของเราไม่ได้เป็นทนายความ แต่เราไปใส่ข้อมูลที่เป็นกฎหมายสำคัญให้เขาพูด เรื่องของเราจะขาดความสมจริงไปในทันที

หน้าที่ของนักเขียนก็คือการแปลงข้อมูลเป็นคำพูดให้ตัวละคร โดยที่บุคลิกของเขาไม่ได้แตกต่างไปจากมนุษย์ธรรมดามากนัก

การใส่ข้อมูลควรคิดคำนึงถึงความมีตัวตนของตัวละครที่เราสร้างขึ้นมาเป็นหลัก และยึดเอาไว้เพื่อจะได้ใส่ความรู้สึกนึกคิดของเขาเข้าไป ให้เขามีชีวิตจิตใจจริงๆ ไม่ได้เป็นหุ่นหรือรูปปั้นที่จะคอยอธิบายรายละเอียดของข้อมูลต่างๆ ที่เราป้อนเข้าไปให้เขาพูด

องค์ประกอบของบทสนทนามี 4 ประการคือ

บทสนทนาจะประกอบไปด้วยส่วนประกอบต่างๆ อีก 4 ประการจึงจะสามารถทำให้นิยายของเราเกิดความสมจริงขึ้นมาได้

1. บทสนทนา (Dialogue)

คำสนทนา หรือบทสนทนา ก็คือคำพูดของตัวละคร หรือถ้อยคำในเครื่องหมาย " " ที่เราใส่เอาไว้ในนิยายของเรา เพื่อบ่งบอกว่าตัวละครของเราตกอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ด่าทอเมื่อโกรธ ตัดพ้อเมื่อผิดหวัง แสดงความดีใจเมื่อสมหวัง หรือพูดหวานๆ ที่แสดงออกถึงความรักใคร่ เป็นต้น

2. การกระทำ (Action)

การกระทำ คือคำขยายความของบทสนทนา หรือสิ่งที่วางอยู่ระหว่างบทสนทนานั่นเอง อาจจะแทรกอยู่ตรงกลางอยู่ตอนท้ายหรือตอนต้นก็ได้ หรือจะอยู่โดดๆ แบบบทบรรยายเลยก็ได้ เป็นการกระทำตามอารมณ์ เช่น ถูกใจก็จะแสดงออกประมาณนี้ หล่อนยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตแหวนอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะยื่นนิ้วมือข้างซ้ายไปตรงหน้าของเขา ไม่พอใจ เช่น หล่อนเชิดหน้าอย่างทะนงตน โกรธก็เช่น จ้องตาของมันอย่างท้าทาย ขบกรามถี่ยิบ กำหมัดแน่น เป็นต้น

3. บทบรรยาย (Description)

บทบรรยาย คือการเล่าหรือบรรยายเหตุการณ์ประกอบการกระทำของตัวละคร เช่นโกรธก็กระแทกประตูอย่างแรง ไม่สนใจกับคำพูดใดๆ ของมัน ถอยหลังออกมาอย่างช้าๆ เป็นต้น

4. ป้ายแขวนคอ

ป้ายแขวนคอหรือป้ายชื่อผู้พูด จะทำหน้าที่เป็นป้ายบอกว่าใครเป็นเจ้าของคำพูด การแขวนป้ายจะแขวนเอาไว้หลัง ก่อน หรือกลางคำพูดก็ได้ ซึ่งจะให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไปเช่น

"คุณก็รู้ว่าผมรักคุณ" เขาพูด

"คุณก็รู้ว่า" เขาพูด "ผมรักคุณ"

เขาพูด "คุณก็รู้ว่าผมรักคุณ"

นอกจากคำว่า "พูด" แล้ว คำกิริยา เช่น กรีดร้อง ร้องลั่น กระซิบ หรือคำบรรยายรูปแบบลักษณะอาการที่ตัวละครพูด เช่น หล่อนพูดเสียงสั่น หล่อนตะเบ็งเสียงอย่างกราดเกรี้ยว ก็นับเป็นป้ายแขวนชื่อผู้พูดได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถนำการกระทำของตัวละครเข้ามารวมกับป้ายแขวนชื่อได้ เช่น เขาพูดพร้อมกับเอามือเสยผม มันขู่เสียงดังพร้อมกับจ่อปืนเข้ามาตรงขมับของเขา

บทสรุป

ถ้าแยกตามประเภทบทสนทนาจะมี 2 แบบคือ บทสนทนาทั่วไป กับบทสนทนาข้อมูลสำคัญ โดยบทสนทนาจะมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 4 ประการคือ

1. บทสทนา 2. การกระทำ 3.บทบรรยาย 4. ป้ายแขวนคอ

อย่าลืมว่าสิ่งจะช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นว่าทุกชีวิตกำลังโลดแล่นอยู่ในหนังสือนิยายเล่มเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อ ไม่ได้แตกต่างไปจากสื่ออื่นๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือแม้แต่ในโลกของความเป็นจริงก็คือ บทสนทนาในนิยายนั่นเอง ดังนั้นถ้าเรารังสรรค์บทสนทนาออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เราก็มีชัยมากไปกว่าครึ่งแล้ว ที่จะประสบความสำเร็จในงานเขียนนิยาย

พบกันใหม่อีกครั้งในบทต่อไปครับ