elements of fiction and circuit image
องค์ประกอบของนิยาย

องค์ประกอบของนิยาย

องค์ประกอบของนิยายเป็นเหมือนอวัยวะสำคัญของสิ่งมีชีวิต ที่นักเขียนนิยายควรจัดให้มีอยู่อย่างครบถ้วน ในเรื่องแต่งเพื่อความบันเทิง

นิยายเป็นเรื่องแต่ง (Fiction) ไม่ได้เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องเป็นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนิยามของคำว่าศิลปะ คือถูกสร้างขึ้นมาจากมนุษย์ ไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติ หรือมีสิ่งอื่น เช่น สัตว์ เอเลียน คอมพิวเตอร์ มาสร้างขึ้น นิยายจึงนับเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากศิลปะประเภทอื่น ที่ต้องมีองค์ประกอบต่างๆ มากมายเกาะเกี่ยวกันอยู่ เพื่อให้ศิลปินรังสรรค์ผลงานออกมา ให้ได้อย่างมีคุณค่าเหมาะสมต่อเจตนารมณ์ของทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

เรื่องในประเภทนี้ก็จะรวมเอานิทาน เรื่องเล่าปรัมปรา ตำนาน เข้าไปด้วย

ถึงแม้ว่านิยายจะเป็นเรื่องแต่งในเชิงบันเทิงคดี แต่ในความเป็นจริงแล้วในนิยายไม่ได้ใช้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เราจะเห็นได้ว่าเรื่องเล่าต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกใช้เพื่อเป็นกุศโลบาย ให้มนุษย์กระทำคุณงามความดี มาแล้วอย่างยาวนาน น่าจะตั้งแต่มนุษย์สามารถสื่อสารกันได้ด้วยคำพูด

เริ่มจากในสมัยเด็กๆ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็จะเล่านิทานให้เราฟัง การที่ผู้ใหญ่เล่านิทานให้เด็กฟังนั้นก็เพื่อให้เด็กเป็นคนดี ไม่ดื้อ และอยู่ในคำสั่ง

ในธรรมชาติของมนุษย์นั้นก็จะเกิดขึ้นมาเพื่อการค้นพบสิ่งใหม่ๆ เด็กๆ จึงดื้อและซุกซนมาก เพราะความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งในบางครั้งอาจจะทำให้ตัวเองหรือคนอื่นได้รับอันตรายได้ พวกผู้ใหญ่จึงได้นำนิทานมาช่วยในการปกป้องพวกเขา

นอกจากจะสามารถทำให้เด็กอยู่นิ่งๆ ได้แล้ว นิทานยังสอนให้เด็กเป็นคนดี เพราะในนิทานมักจะแฝงคำสอนให้คนตั้งมั่นอยู่ในความดีเอาไว้ด้วย ในศาสนาต่างๆ ก็จะมีเรื่องเล่ามากมาย ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็เช่น มหากาพย์รามายณะๆ อาจจะเป็นเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมายาวนานแล้ว แต่ถูกจารึกเป็นหนังสือ โดยฤาษีวาลมีกิ เพื่อสรรเสริญเทพเจ้าและเป็นอุบายสอนให้มนุษย์ทำความดี

นวนิยาย (Novel) จะเป็นเรื่องเล่าขนาดยาว มีแพร่หลายอยู่ในประเทศตะวันตก ในประเทศของเรา จะเริ่มมีมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตอนปลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแปล ส่วนองค์ประกอบของนิยายก็มีมานานแล้วตั้งแต่มีเรื่องเล่าประเภทนี้ และพัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มีรูปแบบที่ลงตัวอย่างในปัจจุบัน

ผลเสียของการเขียนนิยายมีองค์ประกอบไม่ครบถ้วน

ลองนึกดูถ้านิยายขาดส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งอย่างใดไป เช่น ถ้าขาดบทสนทนาก็จะทำให้นิยายของเราขาดความสมจริง

ถ้าขาดพล็อตเรื่องสิ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือนิยายของเราจะไม่น่าติดตาม คือในนิยายเรื่องนั้นๆ จะไม่มีสิ่งดึงดูดหรือเชิญชวนให้ผู้อ่านติดตามเอาเสียเลย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้นิยายเรื่องนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ

ถ้าขาดตัวละครยิ่งแล้วใหญ่ คือนอกจากจะไม่มีเรื่องราวใดๆ ให้ติดตามแล้ว ยังไม่มีใครที่มีเรื่องราวดีๆ ให้น่าติดตามอีก

ในขณะเดียวกัน ถ้าไม่มีฉากสถานที่และเวลาก็จะทำให้ผู้อ่านสับสน ไม่รู้ว่าเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นที่ไหน? เกิดขึ้นเมื่อไร? และเกิดอย่างไร?

มุมมองนับว่าเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของนิยาย คือเป็นเอกลักษณ์ที่นิยายจะขาดไม่ได้ เพราะมุมมองจะทำให้นิยายแตกต่างไปจากเรื่องเล่าอื่นๆ ทั้ง รายงาน ข่าว หรือสารคดี

ประการสุดท้ายที่จะทำให้นิยายเรื่องนั้น ไม่เป็นที่ประทับใจหรือจดจำของผู้อ่านเอาเสียเลย เพราะดูเหมือนว่าไม่มีอะไร ซึ่งความหมายก็คือนิยายเรื่องนั้นขาดแก่นของเรื่องนั่นเอง

เห็นไหมละครับว่า ถ้าเราใส่องค์ประกอบของนิยายไม่ครบแล้ว จะมีผลเสียหายต่อนิยาย ของเรามากมายเพียงใด ดังนั้นหลังจากเขียนนิยายจบเรื่องลงแล้ว เราจึงควรให้เวลากับตรงนี้สักเล็กน้อย เพื่อที่จะสำรวจตรวจตราให้ถ้วนถี่ว่า นิยายของเรามีองค์ประกอบครบถ้วนหรือไม่

องค์ประกอบของนิยายมีดังนี้คือ

1. โครงเรื่อง Plot จะเป็นโครงสร้างหลักของนิยาย ซึ่งหมายถึงปัญหาข้อขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเป็นอยู่ในนิยายนั่นเอง

2. Character ก็คือตัวละคร ที่มีบทบาทโลดแล่นอยู่ในนิยายทั้งหมด ซึ่งถ้าเราดูภาพยนตร์ก็หมายถึงนักแสดงทั้งหมด ไม่ว่าพระเอก พระรอง ดาวร้าย นางเอก ตัวตลก

3. บทสนทนา Dialogue ก็คือบทพูด บทพูดทั้งหมดจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วนคือ

       3.1 คำพูดๆ ก็คือส่วนที่เป็นคำพูด ที่เราใส่ เครื่องหมาย อัญประกาศ " " คร่อมเอาไว้

       3.2 ป้ายแขวนชื่อผู้พูด ก็คือส่วนที่ระบุว่าใครเป็นคนพูดนั่นเอง

       3.3 คำบรรยายการกระทำ ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ เลยให้ดูการพากย์ฟุตบอลครับ คำบรรยายการกระทำจะเหมือนกับนักพากย์มือหนึ่งที่จะพากย์ตามแอ็คชั่นของนักเตะ

       3.4 คำบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะเหมือนคำบรรยายของนักพากย์มือสองที่จะคอยอธิบายให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามอีกที

4. ฉากเวลาและสถานที่ Setting ก็ง่ายๆ ตรงๆ เลยหมายถึงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นอาจจะระบุลงไปอย่างละเอียดเลยก็ได้ หรือจะบอกคร่าวๆ ว่าเป็นแค่ฤดูนั้นฤดูนี้ของปีก็ได้ ส่วนที่อยู่คู่กันก็คือสถานที่ ซึ่งมีทั้งสถานที่ภายนอกและสถานที่ภายใน รวมทั้งความเป็นไปของสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่ภายในบริเวณนั้น เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ให้นำภาพถ่ายหรือภาพวาดมาเปรียบเทียบ ถ้าเป็นฉากภายนอกจะเหมือนภาพทิวทัศน์ ถ้าเป็นภาพภายในอาคาร หรือภาพที่ซูมเข้ามาใกล้ๆ เจาะจง เช่น ภาพเหมือนทั้งคนหรือวัตถุสิ่งของให้จัดเป็นฉากภายใน

5. Point of view มุมมอง คือคำสรรพนามที่นักเขียนใช้แทนตัวละครเพื่อส่งผ่านไปถึงผู้อ่าน

6. แก่นของเรื่อง (Theme) คือความหมายของเรื่องที่นักเขียนจะสื่อถึงผู้อ่าน theme เป็นเหมือนหัวใจของเรื่อง และเป็นเหมือนกรอบของเรื่อง

อาจจะพอสรุปได้สั้นๆ ว่า

องค์ประกอบของนิยาย หรือสิ่งที่นักเขียนนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความหมายให้กับนิยาย จะประกอบด้วย พล็อตเรื่องหรือโครงเรื่อง ตัวละคร บทสนทนา มุมมอง ฉากเวลาและสถานที่

วันนี้คงพอแค่นี้ก่อนครับพบกันใหม่ในบทต่อไป