Scene and Water Bowl image
ซีน Scene ฉากเหตุการณ์

ซีน ฉากเหตุการณ์ในนิยาย

คือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันไปในนิยาย

หรือเป็นหน่วยย่อยหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่งของพล็อต หรือเป็นบทหนึ่งตอนหนึ่งของการกระทำจะถูกเรียกง่ายๆ ว่าซีน scene ฉากเหตุการณ์ในนิยาย

ซีนจะเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่อง เป็นระลอกคลื่นดั่งคลื่นของทะเล แต่เกิดขึ้นในนิยายของเรา ซึ่งจะเกี่ยวโยงกัน คอยขับเคลื่อนให้พล็อตเรื่องดำเนินไป

ฉากเหตุการณ์จะเริ่มนับตั้งแต่เรื่องบอกเล่าธรรมดา ไปจนถึงเรื่องที่เริ่มเปิดเผยถึงปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เริ่มไต่ระดับความเข้มข้นของปัญหาที่ผูกต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงซีนที่เป็นไคล์แมกซ์หรือจุดแตกหักของเรื่อง ล้วนเป็นซีนของเรื่องทั้งสิ้น

บัญญัติ 7 ประการ ในการสร้างฉากเหตุการณ์ในนิยาย

การจัดฉากในนิยายนั้นจะไม่มีข้อบัญญัติเอาไว้ตายตัวมากนัก แต่เนื่องจากซีนเป็นหน่วยย่อยของพล็อตเรื่อง จึงต้องอาศัยหลักการเขียนพล็อตมาเป็นแนวทางดังนี้

1. ไม่ลืมองค์ประกอบของซีนนั่นก็คือ ตัวละคร กับ ฉากสถานที่และเวลา

1.1 ตัวละคร Character คือ ตัวละครจะเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนซีนให้เดินไป ในการสร้างฉากเราต้องสร้างตัวละครขึ้นมา เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ฉากเหตุการณ์จะขาดไม่ได้

1.2 ฉากสถานที่และเวลา Setting จะเป็นเหมือนกรอบหรือธีม ที่จะมาคอยกำหนดลำดับแบ่งแยกแต่ละซีนออกไปจากกัน เพื่อให้รู้ว่าซีนไหนก่อนซีนไหนหลัง แบบเดียวกันกับการเขียน ฉากสถานที่และเวลา Setting ในบทก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

เครื่องมือนี้จะเป็นตัวกำหนดซีน scene (ฉากเหตุการณ์ในนิยาย) ให้แบ่งแยกออกจากกัน หรือทำให้ผู้อ่านรู้ว่าซีนไหนเป็นซีนไหน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีฉากของการขับรถไล่ล่ากันผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ค่อนข้างมากมาย มีการวิ่งฝ่าเข้าไปในตลาด หักหลบรถสิบล้อ ยกล้อกระโดดข้ามรถไฟที่กำห้อตะบึงผ่านหน้ามา วิ่งเตลิดลงไปในท้องนาที่มีข้าวเขียวขจี ในจุดเริ่มต้นเราบอกว่า 9.00 น. ที่คลองเตย ต่อมาเราบอกว่าที่มินบุรี จะเท่ากับว่าเราได้เปลี่ยนซีนแล้ว หรือเพียงแต่เราเปลี่ยนเวลาเป็น 13.00 น. ซีนก็ถูกเปลี่ยนเช่นเดียวกันเพราะเราได้เปลี่ยนเส้นข้ามเวลาหรือเส้นแบ่งเหตุการณ์แล้ว ถ้าเราแจ้งสถานที่ว่าเป็นกรุงเทพมหานคร 9.00 น. ไม่ว่าการไล่ล่านั้นจะนานแค่ไหนผ่านเหตุการณ์มากมายเพียงใด ถ้าเราไม่ได้บอกว่า ปทุมธานี หรือนนทบุรี และไม่ได้ระบุเวลาใหม่ลงไป ซีนนั้นของเราก็ยังคงเป็นซีนเดิมอยู่

เนื่องจากซีนมีองค์ประกอบหลักคือ ตัวละครกับฉากสถานที่และเวลาเป็นตัวกำหนดอยู่ ในการสร้างซีนหนึ่งๆ ก็มักจะเริ่มด้วย ที่ไหนกับเมื่อไรและใครกับอะไร?

ที่ไหนก็ระบุสถานที่ลงไปเลยเช่น หน้าหมู่บ้านบุญถนอมวิลล่า

เมื่อไรก็ระบุเวลาลงไปว่า หกโมงเย็นเมื่อวานนี้

ใครก็คือตัวละครระบุลงไปว่า เวชกับวานิช ยามประจำหมู่บ้าน

อะไรคือปัญหาข้อขัดแย้ง ได้ต่อสู้กันขึ้นเพราะไปหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันคือ คาเมล่าดาวค้างฟ้าของฮอลลีวูดที่เรารู้จักกันดี

โครงสร้างของซีน Scene ฉากเหตุการณ์ในนิยายจะเป็นแบบนี้ ดังนั้นเมือเขียนซีนหนึ่งๆ จบลงเราจึงสามารถสำรวจตรวจดูได้ง่ายๆ ว่าซีนของเรายังมีส่วนขาดส่วนเหลือที่ตรงไหนบ้าง

2. มีบทสนทนา เป็นเส้นแบ่งบุคลิคของตัวละครในซีน ในพล็อตเรื่องนั้นจะมีโครงสร้างหลักหรือข้อขัดแย้งหลัก ที่จะบอกบุคลิคของตัวละครออกไปจากกันว่า ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนอยู่แล้ว แต่ในซีนจะไม่มี เพราะในบางครั้งตัวละครในซีนอาจจะเป็นเพื่อนกัน อยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกัน หรือเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน อาจจะเป็นพี่น้อง เป็นญาติ เป็นคู่รักกัน สิ่งที่จะมาบ่งบอกว่าตัวละครแต่ละตัว มีบทบาทเป็นอย่างไรในซีนนั้นๆ คือเสียงของคำพูดหรือว้อยซ์ ที่แตกต่างกัน ประกอบกับการกระทำของตัวละครแต่ละตัวเป็นหลัก ดังนั้น ในการสร้างซีนคำพูดของตัวละครแต่ละตัวจึงมีความสำคัญมาก ไม่ยิ่งหย่อนไปจากการกระทำ

3. ขนาดและความยาวของซีน ขนาดและความยาวของซีนไม่มีความแน่นอน อาจจะยาวหน้าเดียวหรือหลายๆ หน้าก็เป็นได้ และบางทีอาจจะมีความยาวเต็มบทเลยก็ได้ หรือบทหนึ่งๆ อาจจะมีหลายซีนๆ หนึ่งๆ อาจจะมีหลายบท

4. มีแรงปรารถนาของตัวละครเป็นหัวใจของซีน การเขียนพล็อตกับการเขียนซีนจะไม่แตกต่างกัน คือเราจะเน้นไปที่แรงปรารถนาของตัวละครเป็นหลัก ในการเขียนซีนนั้นปัจจัยที่จะส่งเสริมให้ซีนดูน่าสนใจ คือความต้องการของตัวละคร และส่วนเกี่ยวข้องกับแรงปรารถนานั้น เช่น อุปสรรคต่างๆ ที่จะมาคอยขัดขวางความปรารถนาของตัวละคร ไม่ให้เป็นผลสำเร็จ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานจำเป็นในการสร้างซีนให้มีพลัง

แรงปรารถนาคือหัวใจของซีน scene (ฉากเหตุการณ์ในนิยาย) ถ้าเราได้เรื่องจริงของคนใดคนหนึ่งมา หรือเราได้ตัดสินใจนำเรื่องในประวัติศาสตร์มาเขียน เราก็มีความจำเป็น ที่จะมาหาความปรารถนาของเขา เพื่อนำมาสร้างซีน หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ เราก็มีความจำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมา เพื่อให้ซีนของเรามีพลังน่าสนใจ

ความปรารถนานั้นถ้าเป็นตัวเอกของเรื่อง จะต้องทรงคุณค่าเป็นไปในด้านบวก เช่นปรารถนาให้แม่หายป่วย หรือปรารถนาจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถ้าเป็นตัวร้ายก็จะเป็นสิ่งตรงกันข้าม

สิ่งที่ปรารถนาถ้าเป็นทรัพย์จะต้องมีมูลค่าสูง เป็นของหายาก เป็นสิ่งที่ยากต่อการได้มา ถ้าเป็นอุปสรรคขวากหนาม ก็นับว่ามีขีดขั้นความยากลำบากอยู่ในเกณฑ์สูง ไม่สามารถที่จะฟันฝ่าไปได้อย่างง่ายๆ

นอกจากความลำบากยากเย็นในการได้มาแล้ว สิ่งที่จะมาขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคขัดขวาง ความต้องการของตัวละคร ก็นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นมนุษย์ก็จะมีความเก่งกาจ ยากที่ใครจะเอาชนะมันได้

5. เมื่อซีนหนึ่งจบลงเนื้อเรื่องจะต้องเดินไปข้างหน้า เหตุการณ์หรือตัวละคร จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือ

ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงภายนอกที่เป็นร่างกายหรือสภาพแวดล้อม ก็ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในที่เป็นความรู้สึกนึกคิด

6. ถ้าเราสามารถสร้างฉากเหตุการณ์มาได้ฉากหนึ่งก็เท่ากับว่าเราเขียนนิยายได้จบเรื่องเป็นผลสำเร็จแล้ว เพราะโครงสร้างของซีนจะมีทุกอย่างครบเหมือนพล็อตไม่มีผิด ตั้งแต่ปัญหาข้อขัดแย้งของตัวละคร การขยายวงกว้างของปัญหา จนไต่ขึ้นไปถึงจุดพีคของปัญหา การคลี่คลายลงของปัญหา ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หลังจากปัญหาได้คลี่คลายลงไปหมดแล้ว คงจะไม่ผิดถ้าเราจะบอกว่าซีนก็คือพล็อตย่อย หรือหน่วยย่อยหน่วยเล็กๆ ของโครงเรื่องหลักหลายๆ หน่วยที่ผูกร้อยกันอยู่นั่นเอง

7. ซีนที่ดีจะเป็นเหมือนห่วงโซ่ที่จะผูกร้อยเอาซีนอื่นๆ เข้ามารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือเป็นเหมือนส่วนที่เป็นบทส่งต่อไปถึงซีนถัดไปแบบต่อเนื่องไม่มีวันหยุดนั่นเอง

ในงานเขียนนิยายนั้นจะไม่แตกต่างไปจากการใช้รถใช้ถนน จะมีกฎ กติกา มารยาท มากมายให้ต้องปฏิบัติตาม หรือทำความเข้าใจให้ตรงกันกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนแบบสูงสุด

เริ่มจากการใช้รถ การขับรถให้ถูกวิธี การทำความเข้าใจและเคารพในกฎจราจร เช่นเข้าใจในสัญญาณจราจร เข้าใจในเครื่องหมายจราจร เป็นต้น

การขับรถให้ถูกวิธีจะมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ อยู่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ ท่านั่งที่ถูกต้องให้นั่งชิดติดกับพนักพิงหลังให้มากที่สุด

การจัดท่าทางการนั่งให้ถูกวิธีข้อนี้ เคยมีคนประมาทเลินเล่อไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะคิดว่า ไปแค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการจัดท่านั่งให้เรียบร้อย พอไปได้หน่อยหนึ่งก็มีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้าทำให้ต้องเบรคกระทันหัน ส่งผลให้ตัวคนขับเลื่อนไถลไปกระแทกกับเบาะกระดูกสันหลังถูกกระแทกอย่างแรงจนเคลื่อนที่ เป็นเหตุให้พิการมาแล้ว

สัญลักษณ์ในป้ายจราจรบางอันก็มองดูขัดๆ ยังไงบอกไม่ถูก แต่เราก็ไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะได้ถูกออกแบบคิดค้นและทดลองใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า จากนักออกแบบนักวิจัย ที่วิจัยมาจากข้อผิดพลาดต่างๆ จนลงตัวมานาน น่าจะเริ่มตั้งแต่สมัยมีรถยนต์รุ่นแรกๆ ออกมาวิ่งบนถนน ต่อมาก็ได้ปรับปรุงแก้จนได้ตามรูปแบบในปัจจุบัน และที่สำคัญสัญลักษณ์ของป้ายจราจรนั้นเป็นสากล ใช้กันทั่วโลก เราจึงไม่สามารถจะไปแก้ไขอะไรได้

หลักในการเขียนนิยายก็จะคล้ายๆ กันกับหลักของการใช้รถใช้ถนนคือ ได้มีการนำมาใช้นานแล้ว ตั้งแต่เริ่มมีการเขียนนิยายออกมาในยุคแรก และคิดค้นแก้ไขข้อผิดพลาดจากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมา จนได้หลักการที่ลงตัวที่สุดในปัจจุบัน ในการทำให้นิยายตอบสนองความต้องการ และทำความเห็นให้ตรงกันระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียนให้มากที่สุด

พอสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ ว่า

ซีน scene ฉากเหตุการณ์ในนิยายก็คือ พล็อตย่อยหลายๆ พล็อตที่ผูกร้อยเรียงรายกันอยู่ในโครงเรื่องหลัก เพราะในฉากเหตุการณ์หนึ่งๆ จะมีตัวละครหนึ่งที่มีความปรารถนา มีอุปสรรค ที่คอยขัดขวางไม่ให้ตัวละครนั้นได้ตามใจปรารถนาง่ายๆ จนกลายเป็นปัญหาข้อขัดแย้งให้ต้องมาต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกัน จนปมปัญหานั้นขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนถึงจุดแตกหักของปัญหาๆ ต่างๆ จึงคลี่คลายลง เพื่อรอเวลาบ่มเพาะปัญหาใหม่ ที่จะส่งต่อไปอีกซีนหนึ่งที่รออยู่ข้างหน้า

พบกันอีกครั้งในบทต่อไปครับ