Open Story and Sea Image
กลวิธีเล่าเรื่อง 2 การเปิดเรื่อง Opening Scene

Opening scene การเปิดเรื่องในนิยาย

เมื่อกล่าวถึงวิธีการเล่าเรื่องในนิยาย เราคงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องที่เป็นเหมือนหัวใจของกลวิธีเล่าเรื่องไปไม่ได้ นั่นก็คือ การเปิดเรื่องในนิยาย Opening Scene

ในการเขียนนิยายนั้นไม่มีกฎตายตัว จึงไม่มีปรมาจารย์ท่านใดจะมาฟันธงได้ว่า วิธีการเขียนนิยายแบบนั้นถูกอย่างนี้ผิด เพราะมันไม่มีกฎเกณฑ์จริงๆ บางคนเพียงแต่ เขียนคำๆ แรกลงไปเท่านั้น ก็จะเขียนนิยายได้แล้ว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะหลั่งไหลมาเอง ทั้งตัวละครและพล็อตเรื่อง แต่บางคนจะวางโครงเรื่องหรือ Outline คร่าวๆ เอาไว้ก่อนแล้วค่อยลงมือเขียน

แต่วิธีที่ผมจะนำเสนอในวันนี้ เป็นการเริ่มต้นเขียนนิยายอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเขียนนิยายได้ค่อนข้างแน่นอน เรียกว่ากลวิธีเปิดเรื่องในนิยาย Opening Scene เปิดม่าน หรือเปิดฉาก เพราะถ้าเราเปิดเรื่องได้ดีสิ่งอื่นๆ จะค่อยๆ ติดตามมา ดังคำพูดที่ว่าเปิดเรื่องได้ก็เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว

เมื่อเราเปิดหนังสือนิยายขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่านิยายแต่ละเรื่องจะมีรูปแบบการเขียนที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นเพราะนักเขียนแต่ละคนมีความถนัดในการนำเสนอ หรือมีกลวิธีในการเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคนจะถนัดในการใช้บทสนทนามาก บางคนชอบบรรยายบุคลิกของตัวละคร บางคนชอบอธิบายถึงการแต่งกายเสื้อผ้าหน้าผม แต่บางคนชอบบ้านเรือน บางคนชอบที่บรรยากาศ ภูมิประเทศ และธรรมชาติ บางคนชอบบรรยายถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครเป็นหลัก แต่ผลสุดท้ายนักเขียนจะใช้วิธีการเล่าเรื่องหลายๆ แบบในการเล่าสลับกันไปมา มากบ้างน้อยบ้างตามความเหมาะสม

แต่การเปิดเรื่อง Opening Scene เราจะต้องเน้นวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นจะต้องมาหาดูว่าเราถนัดแบบไหน

วิธีค้นหาที่ดีที่สุดก็คือการทดลองเขียน โดยเขียนให้แต่ละแบบมีความยาวสัก 2-3 ย่อหน้า ซึ่งในการเขียนหนังสือนั้นคนที่จะเป็นคนบอกว่าเราถนัดแบบไหนก็คือตัวเรานั่นเอง

การเปิดเรื่องในนิยายนั้น มีความสำคัญมากสำหรับนักเขียนมือใหม่ ว่ากันว่านักเขียนดังๆ หลายๆ ท่านก็เริ่มต้นการเป็นนักเขียน จากการฝึกฝนการเขียนเปิดเรื่องนี่เอง

ในการเปิดเรื่องนั้นผมจะได้นำกลวิธีเล่าเรื่องทั้ง 5 รูปแบบที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนต้น มาให้คุณผู้อ่านได้ศึกษาเปรียบเทียบเพื่อเป็นแนวทาง ทั้งนี้อาจจะไม่ใช่รูปแบบของการเปิดเรื่องที่ดีที่สุดนะครับ

ก่อนอื่นก็ต้องเขียนพล็อตเรื่องก่อน เพื่อเป็นเข็มทิศนำทาง ผมจะลองนำพล็อตเรื่องนักรบนิรนามซึ่งมีพล็อตเรื่องดังนี้

( ตอนเริ่ม)

น.ส.นิสากร ปาโรสสุเปรมปรีย์ (นิ) ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างสาว ได้เสียชีวิตลงหลังจากไปหาความสำราญที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งทำให้เพื่อนร่วมก๊วน ที่ไปด้วยกัน ซึ่งมีเซีย วัช มืด ยาว ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะเป็นผู้คนกลุ่มสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย

ในการเขียนโครงเรื่องเราก็ร่างเอาไว้คร่าวๆ หลวมๆ ให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดตามความเหมาะสม ทั้งตอนเริ่ม ตอนกลาง ตอนจบ ถ้าคิดไม่ออกก็ให้ทิ้งเอาไว้ก่อน หาอะไรทำไปก่อน เมื่อคิดได้แล้วค่อยกลับมาเขียนเพิ่มเติม

(ตอนกลาง) วัชซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงานหลักสูตรนักรบนิรนาม (นนน.) จึงต้องสืบสวนหาคนร้ายตัวจริงมาให้ได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองบริสุทธิ์ ถ้านำคนร้ายตัวจริงมาลงโทษได้ ก็เหมือนกับว่าเขายิงปืนทีเดียวได้นกสองตัวคือ ได้ล้างแค้นให้เพื่อนรักไปด้วย แต่ภารกิจในครั้งนี้ของเขาไม่ง่ายนัก เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของนิมีมาเฟียตัวจริงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วย ดังนั้นปฏิบัติการในครั้งนี้ของเขาจะต้องหนักหนาสาหัสสากรรจ์และแลกมันมาด้วยชีวิตเท่านั้น

(ตอนจบ)

ในที่สุดเขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อยลงไปได้ด้วยดี

หลังจากได้พล็อตเรื่องมาแล้ว เราก็มาเริ่มเปิดเรื่องกันเลย โดยจะลองเปิดเรื่องในรูปแบบการชี้แจงก่อนดังนี้

1. เปิดเรื่องโดยการชี้แจง

คนงานก่อสร้างรายหนึ่งออกไปหาปลา แต่แหของเขาไปติดศพเขาจึงกลับมาตามพี่ชายให้ไปช่วยกู้แหขึ้นมาจากแอ่งน้ำ แต่บังเอิญ หน. งานได้ยินในสิ่งที่พวกเขาคุยกันจึงโทรฯ แจ้งตำรวจ และเดินทางมาดูด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ตามมาพร้อมด้วยนักข่าวและไทยมุงจำนวนมาก นักกู้ภัยได้ช่วยกันลงไปงมเอาศพของคนตายขึ้นมา ปรากฎว่าเป็นหญิงสาว อายุประมาณ 20-25 ปี อยู่ในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตพื้นขาวมีริ้วแดงดำพาดเป็นทางยาวตลอดทั้งตัว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง

2. เปิดเรื่องโดยการบรรยาย

สภาพศพถูกห่อเอาไว้ด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวพันทับด้วยเสื่อที่มีลวดลายแปลกๆ แล้วมัดด้วยเชือกไนล่อนสีเขียวอย่างแน่นหนา กางเกงยีนส์ขาลีบมีรอยขาดเหนือเข่า 2-3 รอย เหมือนถูกทำให้ขาดที่ตรงนั้นด้วยความจงใจ เสื้อเชิ้ตแขนยาวพื้นขาวมีริ้วแดงดำพาดยาวลงมาตลอดทั้งตัวเสื้อ เป็นเสื้อตัวเดียวกันกับเสื้อตัวที่เธอใส่มาเมื่อวันเสาร์ และทำให้มองแป๊ปเดียวก็รู้ว่าศพนั้นไม่ใช่ใครอื่น เป็นนิสากรนั่นเอง...

3. เปิดเรื่องโดยการกระทำ

กลวิธีการ เปิดเรื่องในนิยายแบบนี้ จะเน้นไปที่การบรรยายแอ็คชั่น หรือการกระทำของตัวละครเป็นหลักเช่น

ที่วินพิชยพลาซ่า พระอาทิตย์ลอยสูง ความร้อนจากแสงแดดแผ่ซ่านลงมาจากหลังคาผ้าใบบางๆ ทำให้พัดลมเก่าๆ ที่กำลังส่งเสียงแคว็กๆ อยู่บนโครงหลังคานั้นแลดูตลก สายแล้วผู้คนเริ่มบางตา นานๆ ทีจะได้ยินเสียงตะโกน "รถหมดๆ " บอกต่อๆ กัน เพื่อเป็นการบอกให้รถที่อยู่แถวแรก 3 คัน เข็นรถออกไปจอดริมถนนหน้าตลาดเพื่อรอผู้โดยสาร ทำให้เกิดที่ว่างขึ้นมา 3 ที่ ตามจำนวนรถที่เข็นออกไป คนที่อยู่แถวสองจึงต้องมาเข็นรถของตัวเองขึ้นไปแทนที่ ทำให้เกิดที่ว่างในแถวสองตามมาอีก ดังนั้นคนที่อยู่แถวสามและแถวอื่นๆ ก็ต้องมาเข็นเอารถของตัวเองขึ้นไปจอดที่ด้านหน้าของตัวเองแทนที่ ต่อๆ กันไปเป็นโดมิโนทำให้ภายในวินมีการเคลื่อนไหว มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ เสียงพูดคุย หัวร่อต่อกระซิกจะเพิ่มความถี่ขึ้นมา ประหนึ่งว่าล้อที่หมุนไปนั้นได้ปลุกชีวิตของพวกเขาให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา เสียงตะโกนพูดคุย แซว หยอกล้อกัน ดังฟังไม่ได้ศัพท์สมดังคำๆ หนึ่งที่มักจะได้ยินบ่อยๆ ในหมู่ของผู้ที่มีอาชีพขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ว่า "เมียยิ้มเมื่อล้อหมุน"

หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบลง วัยรุ่น 4-5 คนเข้าไปมุงท้ายเบาะรถเวฟ 125 สีดำคันหนึ่ง มีโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง ที่ผ่านการเขย่าอย่างละเมียดละไมแล้ววางอยู่ หนุ่มใหญ่ 2 คนกำลังนำพระพวงใหญ่จากคอมาแลกกันส่อง เพิ่มเจ้าของเต้นท์พาร่างหนาใหญ่ส่ายอาดๆ ไปรอบๆ บริเวณ หนวดหนาเหนือริมฝีปากกระดิก "กลางเดือนแล้วใครไม่จ่ายอย่าจอดนะโว้ย" ทีวีทั้งสองเครื่องกำลังเปิดละครดังตอนอวสาน ที่กลุ่มมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างสาวกำลังเฝ้าติดตามอยู่ว่า หลังจากความเลวร้ายต่างๆ จบลงแล้ว พระเอกรูปหล่อเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน กับนางเอกสาว ตจว.แสนสวยคนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่พอโฆษณายาวเหยียดจบลง ดันมีข่าวต้นชั่วโมงข่าวหนึ่งมาแทรก ข่าวนั้นทำให้กลุ่มมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างที่อยู่ในวินแห่งนั้นตื่นตะลึง...

4. เปิดเรื่องโดยความคิดของตัวละคร

เขารู้ดีว่านี่เป็นการผิดกฎขององค์กรอย่างร้ายแรง ที่อาจจะส่งผลกระทบเป็นมุมกว้างต่ออาชีพการงานของเขา และอาจจะพาให้เขาไปพบกับจุดจบก็ได้ แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาจึงไม่ทำลายมันเสีย ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่ามันอาจจะทำให้เขาได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้ ทุกครั้งที่เขาคิดจะทำลายมัน หัวใจของเขาจะเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกใจสั่นหวิวๆ ดวงหน้าเจ้าของซิมลอยเด่นขึ้นมา ทำให้เขาเกิความลังเลจนต้องนำใส่เข้าไปในโทรศัพท์ ตามความปราถนาที่ดูเหมือนจะยั้งเอาไว้ไม่อยู่ จะขอดูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทำลายมัน แต่พอเปิดเครื่องและไล่สายตาไปตามข้อความที่ส่งมาเป็นระยะ ข้อความเหล่านั้นเป็นราวดังกับน้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์ ที่คอยหล่อเลี้ยงให้เขามีชีวิตอยู่ได้ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านมัน คนส่งน่าจะมั่นใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่จึงได้เพียรทยอยส่งมาไม่ขาดสาย แค่นี้ก็ทำให้หัวใจของเขาละลาย ถอดมันออกมาจากโทรศัพท์ เปลี่ยนใจเก็บมันเอาไว้ดังเดิมอย่างทะนุถนอม

5. เปิดเรื่องด้วยบทสนทนา

หลังจากที่เราเปิดเรื่องด้วยการชี้แจง การบรรยาย โดยความคิดคำนึงของตัวละคร แล้วเรามา Opening scene เปิดเรื่องด้วยบทสนทนากัน ซึ่งมีตัวอย่างดังนี้

ในวันหยุดยาววันหนึ่งที่แคมป์คนงานก่อสร้าง ชานเมืองของเมืองหลวง

"อ้าว! เป้เป็นไงทำหน้าละห้อยมาเชียว... ได้อะไรมาบ้างแล้วแหไปไหนเสียละ?

"จุ๊ๆ ... เบาๆ พี่ " ยื่นตะข้องใส่ปลามาตรงหน้าพร้อมกับชี้นิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีปาก เป็นสัญญาณบอกให้อีกฝ่ายพูดเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าเป็นการบอกให้อีกฝ่ายเร่งวอลลุ่มเสียงให้ดังขึ้นมาอีก

"อืม! ได้มาเยอะเหมือนกันนี่เอานี่หน่อยจะได้ดีขึ้น" พรานแหผู้เพิ่งกลับมารับถ้วยแก้วเล็กๆ ที่รินมาเต็มจอกยกขึ้นกระดกทีเดียวหมดแก้ว ก่อนที่จะหยิบมะม่วงฝานจากจานมาเคี้ยวเพื่อลดความเฝื่อนให้เจือจางลง

"เบาๆ ซิพี่หงาบอกว่าเบาๆ "

"เอ้า! เบาๆ ก็ได้มีเรื่องอะไรว่ามา"

"คือยังงี้นะพี่... แหของผมมันติด"

"อ้าว! แหติดก็กู้ขึ้นมาซิวะ เออ..."

"ไม่ใช่ยังงั้นพี่ แหของผมมันติดศพ"

"ศพ... เอ็งไปลงแหที่คลองไหน แล้วเอ็งรู้ได้อย่างไรว่าเป็นศพ"

"ตรงซอยที่มีต้นยูคาลิปตัสเยอะๆ ก่อนจะถึงซาฟารี... " คว้าจอกเหล้าที่คนรินวางเอาไว้หน้าเสื่อ ขึ้นชดจนหมดอีกจอก ถอนหายใจเฮือกใหญ่" ผมมั่นใจพี่ว่าเป็นศพ! ผมคลำโดนหัวมันพอดี ผมของมันยาวน่าจะเป็นศพผู้หญิง"

"เอ็งไม่ได้ล้อข้าเล่นนะ"

"โธ่! พี่ผมจะมาล้อพี่เล่นทำไม? พี่ไปช่วยผมกู้เอาแหคืนมาหน่อย"

"ข้าว่าทิ้งไปเลยดีกว่ามั้ง ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง"

"โธ่! พี่หงาแหของผมอุตส่าห์ไปสั่งจองเป็นแรมเดือนกว่าจะได้มา"

"เราอาจจะโดนข้อหาบุกรุกก็ได้ที่ตรงนั้นของใครก็ไม่รู้ แล้วอีกข้อหาหนึ่งนะก็คือข้อหาซุกซ่อนศพไง ถ้าบังเอิญมีใครมาเห็นเข้า"

"เอางี้พี่! ถ้าพี่ช่วยผมวันนี้ผมจะให้พี่ 100 บาท แล้วก็คืนเงินที่ยืมพี่มา 2000 รวมดอกเบี้ย 200 รวมทั้งหมดเป็นเงิน 2300 บาทถ้วน"

"เออ! แบบนี้ค่อยน่าเสี่ยงหน่อย ได้ๆ เดี๋ยวเราไปดูกัน"

"พวกนายจะไปไหนกันนะ? " เสียงทักนั้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง

"ไปหาปลาครับหัวหน้า"

"เดียว! รอหน่อยเราจะไปด้วย"

"เออ! "

"ไม่ต้องมาปิดหรอกเราได้ยินหมดแล้วๆ ก็ ว. บอกเรื่องต่างๆ ที่พวกนายคุยกันกับตำรวจทั้งที่หมดแล้วด้วย เราจะไปยังที่เกิดเหตุเพื่อให้การกับตำรวจพร้อมกัน"

"อ้าว! หัวหน้าแหของผมละซื้อมาตั้งสองพันยืมพี่หงามาด้วย"

"ไม่รู้เอ็งอยากจะมีความผิดฐานพบศพคนตายแล้วไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานหรือจะเอาแหคืนละ? "

"โธ่! จบกัน... หัวหน้า"

ความจริงแล้วเราจะต้องเขียนให้มากกว่านี้ถึงจะรู้ว่าเราถนัดแบบไหน แต่ผมเขียนเพียงแค่นี้เพื่อให้รู้ว่าการเล่าเรื่องในแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะจริงๆ แล้วการที่จะรู้ว่าเราถนัดแบบไหนก็อยู่ที่ตัวคนเขียน เราจะรู้ว่าพอเราเล่าเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นแบบที่เราถนัดมันจะลื่นไหล เขียนไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสะดุด แต่พอเปลี่ยนไปเล่าเรื่องแบบอื่นมันจะติดๆ ขัดๆ ต้องคิดนานกว่าจะเขียนออกมาได้แต่ละคำ

สรุป

การเปิดเรื่องในนิยายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การชี้แจง การบรรยาย ความคิดคำนึง การกระทำ และบทสนทนา มีความเหมาะสมในการใช้งาน ที่แตกต่างกันออกไป เราจะต้องคัดสรรให้ดีในการเลือกมาใช้งานเช่น

การชี้แจงเรื่องจะเหมือนการให้ข้อมูลตรงๆ ตามความเป็นจริง ไม่มีการอธิบายถึงรายละเอียดมากนัก การเปิดเรื่องที่เราควรจะนำการเล่าเรื่องแบบนี้มาใช้ ควรจะเป็นเรื่องที่เรามีความต้องการที่จะเดินเรื่องให้สั้นกระชับ หรือเรามีความต้องการที่จะเปิดเรื่องโดยการเดินเรื่องอย่างรวดเร็วรวบรัดตัดตอน เพื่อที่จะเข้าสู่เรื่องที่มีความสำคัญรออยู่

Opening scene เปิดเรื่องด้วยการบรรยายจะสามารถอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างดีจึงเหมาะอย่างยิ่งที่เราจะนำมาเปิดเรื่องที่จะให้รายละเอียดของฉากเวลาสถานที่ รวมทั้งบรรยากาศต่างๆ ภายในบริเวณ นอกจากนี้แล้วการบรรยายยังเหมาะที่จะนำมาเล่าถึงบุคลิคลักษณะของตัวละคร หรือเล่าถึงประวัติภูมิหลังของตัวละครได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นิยายหลายๆ เรื่องจึงมักเปิดเรื่องด้วยบทบรรยาย

ความคิดคำนึงของตัวละคร จะสามารถดึงความสนใจ ให้ความเร้าใจรุนแรงจากผู้อ่านได้ดีมากกว่าวิธีอื่นโดยเฉพาะเมือต้องบอกถึงความรู้สึกด้านต่างๆ ของตัวละคร

Action การเปิดเรื่องด้วยการกระทำจะสามารถสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ มีพลังและทำให้เรื่องรื่นไหลไม่ขาดตอนเหมาะที่จะนำมาเปิดเรื่องได้ครอบคลุมในทุกกรณี

การเปิดเรื่องด้วยบทสนทนาก็คล้ายๆ กัน สามารถใช้ได้กับการเปิดเรื่องได้ดีในทุกบทตอนของนิยายแบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปูเรื่องเข้าสู่ปมข้อขัดแย้งทั้งหมดของเรื่อง หรือให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเรื่องก็ตาม

ถึงแม้ว่า Opening scene วิธีการเปิดเรื่องในนิยาย ควรที่จะเลือกจากกลวิธีนำเสนอที่เราถนัด แต่ก็ไม่ใช่กฎตายตัวคือ เราอาจจะใช้บางอย่างหรือทุกอย่างเลยก็ได้ตามความเหมาะสม