style and the church image
สไตล์การเขียน Style หรือลีลาการเขียน

Style ลีลาการเขียนหรือสไตล์การเขียน

การเขียนหรือท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นเรียกได้ว่าเป็น Style ลีลาการเขียนหรือสไตล์การเขียน ของนักเขียนแต่ละคน

การเขียนที่เป็นความถนัดของนักเขียนนิยายแต่ละคน ที่บ่งบอกลักษณะเฉพาะนั้นอาจจะโดดเด่นหรืออ่อนด้อย แต่เราสามารถจะรับรู้หรือแยกออกมาได้ว่า เป็นงานเขียนของใคร

คงเป็นการยากที่จะหาคำที่เหมาะสมมาอธิบายคำว่า อะไรคือสไตล์การเขียน เพราะไม่มีอะไรจะมาจำกัดความให้จำเพาะเจาะจงลงไปได้

Style หรือลีลาการเขียนเป็นเพียงความรู้สึกเช่นเราอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง เราจะสามารถรับรู้ได้ถึงลีลาการเขียนที่เป็นรูปแบบเฉพาะให้เราจดจำได้ ซึ่งเราอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้

ในทันทีที่เราจรดปากกาเขียนตัวหนังสือลงไป จนได้เนื้อความสมบูรณ์หรือจบประโยค ก็จะเกิดสไตล์การเขียนของเราขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าเราจะจงใจให้มีสไตล์ของเราหรือไม่ก็ตาม

สไตล์การเขียนจะเป็นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรมจึงไม่สามารถที่จะแตะต้องสัมผัสได้ สิ่งที่จะแสดงให้เห็นลักษณะการเขียนแบบนั้นแบบนี้ได้ก็คือเสียงของการเขียน Voice

เสียงของการเขียนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนักเขียน ในการเขียนเรื่องหนึ่งๆ นักเขียนอาจจะเปลี่ยนวิธีการเขียนไปบ้างแต่เสียงของการเขียนจะไม่เปลี่ยน คล้ายๆ กับเสียงของนักร้องที่มีรูปแบบเฉพาะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะร้องเพลงช้าหรือเพลงเร็วก็ตาม

ในการฝึกให้มีท่วงทำนองการเขียนที่ดีนั้นให้นำงานเขียนของนักเขียนที่เราชื่นชอบมาเป็นต้นแบบ บางคนมักจะบอกว่าการเลียนแบบเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่อย่าลืมว่าคำๆ แรกของคนเราก็เกิดขึ้นมาจากการเลียนแบบมนุษย์คนอื่นๆ ครั้งแล้วครั้งเล่านั่นเอง

อย่างไรก็ตามสไตล์การเขียนนั้นจะสามารถบอกบุคลิคบางอย่างของนักเขียนได้ และการเขียนหนังสือ น่าจะเป็นเรื่องที่เราทำอย่างสบายๆ คือเราทำเพราะความชอบส่วนตัว สไตล์การเขียนจึงควรจะปล่อยไปแบบสบายๆ ตามสไตล์ของเรา คือเราชอบแบบไหนก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้น

สิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ก็คือระวังจะไปติดอยู่กับสไตล์การเขียน ชนิดที่เรียกว่าเป็นนักเขียนที่มีสไตล์การเขียนที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้เป็นนักเขียนนิยายยอดเยี่ยม

ลีลาการเขียนแบ่งออกได้เป็น 6 แบบ ดังนี้

1. แบบเรียบง่าย Simple style เป็นแบบเรียบๆ ง่ายๆ พื้นฐานอ่านสบายๆ ตรงไปตรงมาเหมือนเพลงลูกทุ่งไม่มีอะไรซับซ้อน

2. แบบรัดกุม Terse style เป็นแบบตรงไปตรงมาให้ข้อมูลรัดกุม คล้ายๆ กับการเขียนข่าว หรือเขียนรายงาน

3. แบบเข้ม Vigorous style จะเป็นรูปแบบการเขียน ที่มีลูกเล่นแพรวพราว เต็มไปด้วยสีสัน

4. แบบ Graphic style จะเป็นการเขียนที่ใส่ใจในรายละเอียดมากจนรู้สึกได้ว่ากำลังมองภาพ 3 มิติอยู่

5. แบบ Elegant style จะเน้นไปที่ความงดงามสละสลวย เต็มไปด้วยศิลป เหมือนกำลังมองดูภาพเขียนของจิตรกรชั้นเอก

6. แบบสูงส่ง Elevated style จะเต็มไปด้วยภาษาของกวีโบราณ

กลวิธีเล่าเรื่องกับสไตล์การเขียน

สไตล์การเขียน Style ก็คือกลวิธีการเล่าเรื่องของนักเขียน แต่ไม่ใช่กลวิธีเล่าเรื่อง คือเราสามารถที่จะมองเห็นลีลาการเขียนของนักเขียนได้ ในกลวิธีการเล่าเรื่องของนักเขียน แต่สไตล์การเขียนยังไม่นับว่าเป็นเครื่องมือของนักเขียน ควรจะเรียกว่าสไตล์เป็นเทคนิคในการใช้เครื่องมือจะถูกต้องกว่า เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ จึงขอยกกลวิธีเล่าเรื่องมานำเสนออีกครั้งหนึ่ง

ในการแต่งนิยายนั้น มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่นักเขียนจะนำมาใช้อยู่ 5 รูปแบบ ซึ่งในบางครั้งก็นำมาใช้ทั้งหมดสลับกันไปมา แต่ในบางครั้งก็ใช้เพียงรูปแบบเดียวในการเล่า

กลวิธีการเล่าเรื่องที่นักเขียนใช้มีรูปแบบต่างๆ ดังนี้คือ

1. เล่าโดยการใช้บทสนทนา คือนักเขียนใช้รูปแบบการสนทนาแทนการบรรยาย คือแทนที่จะบรรยายก็ให้ตัวละครมาถามไถ่พูดคุยกัน ซึ่งก็จะใช้ทั้งการบอกบุคลิคลักษณะของตัวละคร สถานภาพอื่นๆ ของตัวละครนั้นๆ อย่างละเอียด นอกจากนี้แล้วนักเขียนยังสามารถที่จะให้ตัวละครมาพูดคุยโต้ตอบกันไปมา เพื่อบอกถึงปมปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ในนิยาย

2. เล่าโดยการบรรยาย ก็ตรงๆ เลยคือนักเขียนได้ใช้การบรรยายในการเล่าอาจจะใช้การบรรยายทั้งหมดหรือมีบทสนทนา สลับไปมาก็ได้ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะมีอยู่ในบทที่ว่าด้วยกลวิธีเล่าเรื่อง

3. บรรยายการกระทำคือ การที่นักเขียน เขียนให้เห็นการกระทำ (Action) ของตัวละคร

4. บรรยายความนึกคิดของตัวละครคือ นักเขียนเล่าเรื่องโดยผ่านความคิดคำนึงของตัวละคร

5. การชี้แจงเรื่อง เป็นการบอกข้อมูลของเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาไม่มีรายละเอียดมากนัก ซึ่งในการเขียนนิยายนั้นมีความจำเป็นจะต้องนำมาใช้ ในช่วงที่ต้องการจะรวบรัดตัดตอนของเรื่องให้เดินไปอย่างรวดเร็ว หรือเป็นช่วงที่เรื่องราวต่างๆ ได้จบลงไปแล้ว แต่นักเขียนมีความต้องการจะขมวดเรื่อง เพื่อช่วยในการลำดับเรื่องอีกครั้งหนึ่ง

พอจะสรุปให้ได้ใจความสั้นๆ ว่า

Style การเขียนก็คือลักษณะลีลาเฉพาะของนักเขียน ซึ่งมีลีลาที่แตกต่างกันไปได้หลากหลายแบบดังนี้

แบบเรียบง่ายจะเป็นแบบพื้นฐาน แบบรัดกุมจะเก็บรายละเอียดอย่างครบถ้วนเช่นการเขียนข่าวหรือรายงาน แบบเข้มข้นจะมีลูกเล่นแพรวพราว แบบภาพสามมิติจะลักษณะการเขียนที่ให้รายละเอียดจนผู้อ่านสามารถมองเห็นได้เหมือนกำลังมองภาพสามมิติอยู่ แบบศิลป์จะเต็มไปด้วยชั้นเชิงของศาสตร์และศิลป์ในการเขียน แบบสูงส่งจะเป็นงานเขียนแบบกวีโบราณ

พบกันใหม่อีกครั้งในบทต่อไปครับ