the vanz boy image
The vanz boy 2

เด็กแว้นซ์ 2

เด็กแว้นซ์ 2 เกมส์ต่อมาเริ่มได้

วันถัดมา กกคูณรีสอร์ท

หลังจากสาละวนมาตั้งแต่เช้าทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเรียบร้อย รถแข่งพร้อมด้วยรถสำรองแข่งขึ้นไปอยู่บนรถปิคอัพหมดแล้ว

รถขนอุปกรณ์แข่ง ยางอะไหล่ เครื่อมือช่างต่างๆ เดินทางมาจากช็อปของสนามแต่เช้า และจอดรออยู่

สกูตเตอร์คันสุดท้ายจากสองคัน ที่เคยเป็นสิ่งคอยอำนวยความสะดวกให้กับให้ทีมงานมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ได้ถูกลำเลียงขึ้นไปไว้บนรถปิคอัพเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ดำจึงสั่งให้เคลื่อนพล

"ไปกันได้แล้ว!... "

สิ้นคำสั่งรถตู้นำขบวนของทีมงานเล็กๆ ดำเรซซิ่งสปอร์ตก็เคลื่อนตัวออกมาจากรีสอร์ทที่พวกเขามาพักอาศัยอยู่อย่างช้าๆ เป้าหมายคือกรุงเทพมหานคร

ทันใดนั้นเหล่าสัตว์ประหลาดจากนอกโลกก็โผล่พรวดออกมาจากข้างทาง แล้วรุมล้อมขบวนรถเอาไว้ พร้อมกับส่งเสียงตะโกนเซ็งแซ่

"เฮ! เฮม แชมเปียนส์ๆ ขอถ่ายรูปหน่อย" สำเนียงแปร่งๆ นั้น บ่งบอกให้รู้ว่าเดินทางมาจากดาวดวงอื่น

นำทีมโดยเซเลอร์มูนสาวผมบลอนด์ตาโตสีฟ้า "วาตาชิวา อนาโต ชิเดะๆ " เธอตะโกนออกท่าออกทางจนแกละสีบลอนด์ คล้ายกับริบบิ้นเส้นโตสองเส้นพลิ้วไหวสะบัดไปมา

ทำให้เหมนึกสนุกขึ้นมาจึงกระโดดลงไปจากรถโดยไม่ได้ฟังเสียงทัดทานจากทางทีมงาน จนถูกกลุ่มสัตว์ประหลาดเข้ารุมล้อมแย่งกันถ่ายภาพอย่างสนุกสนานปากก็ตะโกนด้วยภาษาญี่ปุ่นสรวลเสเฮฮาฟังไม่ได้ศัพท์

พอสาวคนแรกถ่ายภาพเสร็จคนต่อมาก็รีบวิ่งเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วปากก็ตะโกนเจี้ยวจ้าวด้วยภาษาญี่ปุ่น จนดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างชุลมุลวุ่นวายไปหมด แต่เป็นแบบญี่ปุ่น คือมองดูเผินๆ เหมือนจะชุลมุนวุ่นวายแต่ลงตัวแบบมืออาชีพ จะไม่มีการแย่งคิวกันให้เห็น

ที่มีเหตุการณ์ประหลาดๆ แบบนี้ก็มาจากแชมเปียนส์ของเราหล่อเกินห้ามใจ สัตว์ประหลาดพวกนี้จึงเกิดอาการที่เรียกว่า ยั้งใจเอาไว้ไม่อยู่วนเวียนเข้ามาถ่ายรูปรอบแล้วรอบเล่า

เดียดร้อนทางทีมงานต้องลงมาช่วยกันหลายๆ คนจึงสามารถดึงซุป'ตาร์ออกมาได้อย่างทุลักทุเลเต็มทน และนำมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ถึงแม้ว่าพวกหล่อนจะแต่งตัวแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของสัตว์ประหลาดต่างๆ ที่มีให้เห็นในภาพยนตร์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือบริเวณหน้าอกด้านซ้ายจะมีตราสัญลักษณ์ของน้ำมันหล่อลื่นยี่ห้อหนึ่งของญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการรถแข่ง คือน้ำมันเครื่องยี่ห้อ "คามายาสึ" ติดหราอยู่

เมื่อรถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมา กลุ่มสัตว์ประหลาดสาวเหล่านั้นก็ออกมายืนเรียงแถวสองข้างทางโค้งคำนับอย่างสวยงามและนำธงสีฟ้าที่มีตราสัญลักษณ์ของน้ำมันเครื่องยี่ห้อ "คามายาสึ" ออกมาโบกสะบัดไปมาพร้อมกับส่งเสียง "ไบ้ๆๆๆ... " อยู่ตลอดเวลา...

21.30 น. ของอาทิตย์ต่อมา รังสิต กรุงเทพมหานคร

ดำพร้อมกับทีมงานก็ได้มาออกรายการที่เป็นเอนเตอร์เทนวาไรตี้ทอล์กโชว์เล็กๆ รายการหนึ่ง เป็นรายการเบาๆ ออกแนวตลกเบาสมอง

นั่นเป็นเพราะว่า หลังจากคว้าแชมป์จากหนองพอกซิตี้เซอร์กิตมาได้ ชื่อเสียงของดำเรชซิ่ง ก็ได้รับการกล่าวขวัญโด่งดังเป็นอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย จนได้รับการติดต่อจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เพื่อให้ไปออกรายการ หรือเข้ามาทำข่าว

พอได้เวลาโฆษกหน้าทะเล้นก็ออกมาประกาศหน้าเวทีว่า

"เอาละครับคุณผู้ชม ในโลกโซเชียลของทุกวันนี้ ไม่มีใครฮอตเกินทีมงานนักแข่งวัยรุ่นขวัญใจเด็กแว้นซ์กลุ่มนี้ โดยเฉพาะแชมป์คนใหม่ที่หล่อมากๆ พบกับพวกเขาได้แล้วครับ ดำเรซซิ่งสปอร์ต"

หลังการประกาศดำและทีมงานก็ออกมาเต้นบีบอยเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขาถนัดและเต้นกันเป็นประจำอยู่แล้ว ในสมัยเรียนโดยเฉพาะเมื่อได้ชัยชนะในการแข่ง ซึ่งก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดเสียงปรบมือจากผู้ชมในห้องส่งได้อย่างยาวนาน

"สวัสดีครับๆ โอ! ยังเด็กๆ กันอยู่เลย เอ้าๆ เอาที่นั่งมา" พิธีกรอารมณ์ดีเรียกหาที่นั่งตามรูปแบบเฉพาะของรายการ หลังจากนั้น ก็ยิงคำถามเข้าใส่ผู้เข้าร่วมรายการในทันที

"มีใครบ้างครับนี่ คนไหนดำครับ แนะนำตัวทีละคนเลย"

"ผมดำครับ"

"ผมเหมครับ"

มีเสียงกรี้ดเสียงปรบมือยาวนานจนผู้ดำเนินรายการเจ้าของตำแหน่งตลกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยต้องออกมาเบรคเอาไว้ "พอๆ เรียนให้มันจบก่อน... แล้วค่อยมาฝึกงานที่นี่ รับประกัน 3 เดือนท้อง! " ซึ่งก็เรียกเสียงฮาจากผู้ชมในห้องส่งได้อีก

"แหมพวกนี้เห็นหล่อๆ เป็นไม่ได้! อ้าว! แล้วนั่นใครอีกละ? "

"ผม... ผม... เออ!" แขกที่เพิ่งเคยมาออกรายการตะกุกตะกักให้หนุ่มใหญ่อารมณ์ดียิงมุกเรียกเสียงฮาได้อีกครั้ง

"เออ! ช่างเถอะ"

"แจ๊คแล้วก็แมน... ทีมงานเป็นเพื่อนกันหมดครับ" ดำรีบตอบแทนเพื่อน

"ทำอะไรบ้างละ?"

"ปกติผมจะเป็นช่างเครื่องครับ ถ้าในเวลามีแข่งก็จะเป็นทีมช่วยเหลือครับ"

"ความเป็นมาของดำเรซซิ่งสปอร์ตมีมายังไงครับ"

"ก็ไม่มีอะไรมาก คือผมชอบทำรถชอบแต่งรถ... " ดำเท้าความ "แต่พวกเพื่อนๆ ของผมชอบแข่ง พวกเราก็เลยรวมตัวกันนำรถไปแข่ง! "

"ว้าว!... เป็นรถบิ๊กไบค์เลยหรือ แล้วครั้งแรกไปลงสนามไหนครับ? "

"ไม่ใช่ๆ... " ดำโบกมือว่อน "เป็นรถเล็กๆ แล้วก็แข่งกันตามถนนสาธารณะนั่นละครับ"

"อย่าบอกนะว่า... ดำเรซซิ่งสปอร์ตเคยเป็นเด็กแว้นซ์มาก่อน"

"ถูกต้องแล้วครับ!.. " คำตอบนั้นทำให้พิธีกรอ้าปากค้าง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนท่าทีได้อย่างรวดเร็วตามประสาพิธีกรมากประสบการณ์ ที่พานพบผู้ร่วมรายการอย่างโชกโชนมาแล้วทุกรูปแบบ "อื้อ! หือ! ชีวิตของน้องดำนี่มันน่าทึ่งจริงๆ "

คำพูดนั้นทำให้ดำยิ้มจนตาที่เล็กอยู่แล้วหยีเล็กลงไปอีกจนเรียกได้ว่าแทบจะปิด แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าเขามีเชื้อสายจีน

"ที่เป็นเด็กแว้นซ์อยู่นานไหม? ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?"

"ก็หลายปีอยู่นะ อายุเท่าไหร่ละ? ก็ตั้งแต่ ม.ต้นนั่นละครับ"

"คือไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอยากทราบว่าตอนนั้นน้องดำนึกยังไงจึงไปเป็นเด็กแว้นซ์ละ? "

"ก็ไม่มีอะไร? " ดำเป่าลมออกจากปาก "ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กอยู่ แล้วเด็กๆ ในประเทศเรานอกจากต่อยมวยแล้วจะมีอาชีพไหนอีกที่จะสามารถหาเงินได้มากพอที่จะมาจ่ายค่าเทอมได้เท่ากับการนำรถไปแข่ง"

"อ้าว! แล้วทางบ้านละ? "

"ทางบ้านผมมีแต่เพื่อนๆ ของผมมักจะขาดแคลน! "

"เรียนที่ไหนกันละ? "

"วัดบึงทองหลาง เอ่อ! คือยังงี้นะ ความจริงผมก็ไม่ได้ชอบขับรถหรือเป็นเด็กแว้นซ์หรอกผมเพียงแต่ชอบแต่งรถ แต่เพื่อนผมจะเก่งมากลงสนามไหนจะกวาดเงินรางวัลมาหมดเราก็เลยคบกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ต่อมาพอผมมาทำบิ๊กไบค์จึงไปตามเพื่อนๆ มาช่วยงานอีกครั้ง"

"คือยังงี้อย่าโกรธกันนะมีแฟนคลับที่อยู่ทางบ้านฝากถามถึงเรื่องผิวของน้องดำมา อยากทราบว่าน้องดำเป็นลูกครึ่งหรือเปล่า"

"คือพื้นเพเดิมอยู่ที่ปีนัง ผมจึงอาจจะมีเลือดมลายูผสมอยู่บ้างเพราะพี่น้องทางมลายูก็จะผิวคล้ำอยู่หลายคนเหมือนกัน แต่ผมว่าเรื่องผิวพรรณหรือรูปร่างหน้าตา อย่าได้ไปใส่ใจเลยเพราะไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก สำคัญอยู่ที่ว่าใครจะสามารถทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้มากกว่ากันต่างหาก ให้ต่างชาติได้รู้ว่าคนไทยก็มีดี"

"นี่ละครับ น้องดำยามาฮ่าสปอร์ตเรซซิ่ง หรือน้องปองพล รัตนชัยดิเรกวัฒนากุล" หลังจากนั้นพิธีกรอารมณ์ดีก็หันหน้ามาทางเหม "แล้วน้องเหมละครับก่อนที่จะมาเป็นแชมป์เคยผ่านอะไรมาบ้าง? "

"ก็อย่างที่ดำบอกละครับครอบครัวผมค่อนข้างมีปัญหา ยากจน ผมเคยขับวินเป็นเด็กแว้นซ์อย่างที่รู้ๆ กันมาก่อน"

"ที่ว่าครอบครัวมีปัญหา มีอะไรบ้างครับ"

"อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง แม่จริงๆ เสียไปตั้งแต่ผมยังเล็กๆ "

"อืม! แล้วทำยังไงถึงขับรถได้เก่งขนาดนีั? "

"ต้องมีใจรักครับแล้วก็ขยันฝึกซ้อม"

"คือตอนนี้มีน้องๆ จากทางบ้าน 2 คน ใฝ่ฝันจะเป็นนักแข่ง จะมาให้สอนขับรถให้จะพอได้ไหม? "

"ได้ครับ! "

"ได้เลยๆ " ดำร้องเสริม แต่เมื่อได้ยินเสียงร้อง เสียงหัวเราะจากคนดูในห้องส่ง และเห็นทีมงานผู้ช่วยผู้ดำเนินรายการทั้งคู่ ที่กำลังเข็นรถสภาพโกโรโกโสออกมา ก็รู้ว่าเป็นแค่รายการเอนเตอร์เทนคนดูทางบ้าน ตามคอนเซ็ปต์ของรายการเท่านั้น แต่เมื่อได้เดินทางมาร่วมรายการแล้ว ก็ต้องเล่นมันไปตามบทให้ถึงที่สุด

"เคยขับมาบ้างหรือยังครับ? "

"ยังเลยครับ"

"ก่อนอื่นให้สวมหมวกกันน็อค เพื่อความปลอดภัย สายตามองให้ไกล กวาดสายตาเป็นมุมกว้าง มือจับตรงกลางของปลอกแฮนด์ อยู่ในแนวเดียวกันกับแขน ไหล่ แขนไม่เกร็ง ปล่อยไปตามธรรมชาติ สะโพกอยู่ในตำแหน่งควบคุม เข่าไม่กาง เท้า..." เหมพยายามอธิบายช้าๆ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเป็นแค่การแสดง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าจึงเป็นแค่การจัดฉาก

ทำให้เหมไม่ได้ระมัดระวังปล่อยตัวตามสบาย

แต่ทันใดนั้นนักแสดงประกอบที่นั่งคร่อมอยู่บนรถก็สตาร์ทเครื่อง

"ครัทช์!...เดี๋ยวๆๆๆ " เหมต้องร้องเสียงหลงออกมา เมื่อรถเครื่องโกโรโกโสคันนั้นพานักแสดงประกอบพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าสุดแรงเกิด...