the vanz boy image
The vanz boy 3

เด็กแว้นซ์ 3

เด็กแว้นซ์ 3

รถเครื่องโกโรโกโสคันนั้น ได้พานักแสดงประกอบพุ่งทะยานไปชนกระแทกเข้ากับแท่งหิน ที่วางระเกะระกะอยู่ข้างกำแพงอย่างแรง รถแฉลบลื่นไถลไปหลายเมตร ไปหมดฤทธิ์นอนแอ่งแม้งอยู่ที่มุมสุดของสตู คนขับม้วนตีลังกาหลายตลบ ก่อนที่จะหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง ดิ้นกระตุกอยู่ 2-3 ครั้งแล้วแน่นิ่งไป ทำให้เหมและทางทีมงานตกใจมาก

ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปดูด้วยความเร่งรีบและตื่นตระหนก

แต่นักแสดงประกอบโนเนมรายนั้นกลับลุกขึ้นมายิ้มเผล่! ให้กับผู้ชมทางบ้านในขณะที่ตากล้องก็ซูมเข้ามาอย่างได้จังหวะ

"นี่คือคุณนที กริชธนกฤษวัฒนกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสถาบันขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัยแห่งประเทศไทยครับ" โฆษกหน้าทะเล้นผายมือ เพื่อเฉลยความจริงกับผู้ชมทางบ้าน ซึ่งพลอยทำให้เหมและทีมงานโล่งอกไปด้วย "เอ้า! ขอบคุณทุกคนเลยครับขอบคุณทีมงานดำเรชซิ่งสปอร์ต ช่วงหน้าอย่างเพิ่งลุกไปไหนนะครับ สะกิดต่อมเหงือกรัฐมนตรี"

ทางทีมงานของสตูดิโอคนหนึ่งกำลังยกรถเครื่องเก่าๆ คันนั้นขึ้นมาอย่างเงียบๆ เพื่อนำไปเก็บโดยที่ไม่มีใครมาให้ความสนใจแม้แต่น้อย

ด้วยความสงสัยทำให้เหมเดินเข้าไปดูกองหินเหล่านั้นใกล้ๆ

"นี่!...มันโฟมนี่หว๋า" ดำซึ่งเดินสำรวจอยู่แถวนั้นเช่นกัน หยิบก้อนหินปลอมที่แตกออกจนมองเห็นได้ชัดว่า เป็นก้อนโฟมสีขาวมาให้ดู "นี่ก็เป็นมัดฟาง" แจ๊คโยนมัดฟางที่ถูกพ่นเป็นสีดำมัดหนึ่งมาตรงหน้า "เราถูกต้มเสียเปื่อยเลย" เหมเกาคาง

"ไปกันเถอะ" ดำตัดบท

เดือนต่อมาที่สนามชั่วคราว รามอินทราเซอร์กิต

ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนรามอินทราประมาณ ก.ม. 11-12 สนามแห่งนี้จะเป็นสนามเก่าที่เคยโด่งดังระดับประเทศมาก่อน แต่พอสภาพเศรษฐกิจซบเซาและมีสนามมาตรฐานหลายๆ แห่งแข่งกันเปิดจึงได้ปิดตัวไป พอมาปีนี้กลับพลอยได้รับอานิสงส์ จากความสำเร็จของการแข่งขันโมโตจีพีภายในประเทศ ของสนามช้างเซอร์กิตที่บุรีรัมย์ ส่งมาถึงช่วยปลุกกระแสความนิยมของคนไทย ให้สนามแห่งนี้กลับมาเปิดได้อีก แถมยังได้รับการต้อนรับจากผู้เข้าชมด้วยดีตลอดมา

ลักษณะเด่นที่เป็นข้อด้อยของสนามแห่งนี้คือ อยู่ติดริมถนนที่มีสะพานข้ามแยกสูงยาวโค้งไปตามความยาวของสนาม จนใครก็ตามที่ขึ้นไปยืนบนสะพานแห่งนั้นจะสามารถที่จะมองเห็นสภาพของสนามได้เกือบทั้งหมด จึงมักมีผู้ชมจำนวนมากที่ไม่ได้ตีตั๋วเข้าชมขึ้นมาอยู่บนสะพานแห่งนี้รวมทั้งช่างภาพจากสื่อบางช่องด้วย แต่บางทีผู้ชมที่จองตั๋วเอาไว้อย่างดิบดีก็ยังอุตส่าห์ปีนขึ้นมาบนสะพานแห่งนี้กับเขาด้วย เพราะครั้งหนึ่งทางสนามได้ให้ รปภ.ขึ้นมาไล่ให้ลงไปจากสะพานแห่งนี้ แต่ผู้คนที่ยืนอยู่บนสะพานแห่งนั้นต่างชูตั๋วออกมาให้ดูกันครบ มีเพียงส่วนน้อย ที่เป็นผู้คนที่เดินทางสัญจรผ่านไปมาเท่านั้นที่ไม่ได้มีตั๋ว จะว่าไปการไปยืนอยู่บนสะพานข้ามแยกเพื่อดูการแข่งขัน ได้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของสนามแห่งนี้ไปแล้ว

"พบกันอีกครั้งจนได้แล้วครับท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน วันนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า แชมป์เก่าของเราจากสนามหนองพอกซิตี้ จะเป็นของจริงหรือของปลอมทำเลียนแบบกันแน่"

"เพราะวันนี้นอกจากนักแข่งชั้นนำในครั้งที่แล้วจะมากันครบแล้ว ยังมีนักแข่งชื่อดังจากต่างประเทศมาเพิ่มอีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย"

ถูกต้องแล้วครับพี่โทน ท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านยังพอมีเวลาที่จะเดินทางมาดูที่สนามได้ทันนะครับ เชื่อว่าวันนี้เราจะมีโอกาศได้บันทึกประวัติศาสตร์ ให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ทางเลียบร่วมกันอย่างแน่นอนครับ

ท่านผู้ชมที่เดินทางมาถึงหน้าสนามแล้ว ก็ไม่ต้องไปมัวลังเลใจ รีบซื้อตัวเข้ามาจับจองมองหาที่นั่งกันได้เลย ก่อนที่ๆ นั่งดีๆ จะถูกจับจองไปก่อนนะครับ

สองคู่หูคู่ฮาทีมพากย์ประจำโมโตเอ็มเซเว่นอาร์จีพีซุปเปอร์สปอร์ตกรังปรีย์ สลับสับเปลี่ยนกันเจื้อยแจ้วเสียงอยู่ไม่ขาดปาก ช่วยให้บรรยากาศในสนามครึกครื้นมีสีสัน แข่งกับเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของผู้คนจำนวนมหาศาล ที่กำลังเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่ในสนามแห่งนั้น เสียงเบิลของท่อไอเสียจาก Shop ที่อยู่บริเวณรอบๆ ของสนามแข่งดังแว่วมาเป็นระยะ

กล้องซูมเก็บภาพบรรยากาศไปรอบๆ สนาม เพื่อถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ จนในที่สุดก็มาจับอยู่ที่บริเวณจุดสตาร์ท เมื่อเวลาเริ่มการแข่งขันมาถึง

"เอาละครับ! ในที่สุดเวลาของความตื่นเต้นเร้าใจที่พวกเรารอคอยก็มาถึง นั่นก็คือเวลาของการแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว"

พร้อมกันนั้นเจ้าหน้ที่สนามพร้อมธงสีแดงของเขาก็เดินออกไป ไฟสีแดงทั้งสี่ดวงติดแล้วดับลง รถทุกคันทะยานออกไปจากจุดจอด เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก้องไปทั่วทั้งสนาม...

การแข่งขันในครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตลึงให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ทางเลียบของโลกเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหมผู้แข่งขันหมายเลข 13 จากทีมดำเรซซิ่งสปอร์ต ดาวรุ่งดวงใหม่นำโด่งทิ้งห่างคู่แข่งม้วนเดียวจบ แบบเหนือชั้นไร้คู่ต่อกร มีเวลาเรคคอร์ดทำลายสถิติทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกนี้

สร้างความปิติยินดีให้กับทีมงานรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องและคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นทางสปอนเซอร์จึงได้จัดเลี้ยงขึ้นที่ร้าน ฮารุ แต่เหมไม่ได้สนใจให้กับงานเลี้ยงนี้เท่าไหร่นักพอเสร็จพิธีกรรมที่โพเดียม เขาก็รีบเดินฝ่าแฟนคลับที่กำลังกริ๊ดแตก ไปที่ลานจอดรถ ซึ่งรถคู่ใจของเขาจอดอยู่

นั่นเป็นเพราะในช่วงเวลาหนึ่ง เขาเหลือบมองขึ้นไปบนสะพานข้ามแยก เขามองเห็นพนักงานของคามายาสึในชุดสีฟ้าขาว กำลังโบกธงสีเดียวกันให้เขาอยู่ ซึ่งทำให้เขามั่นใจว่าญี่ปุ่นกลุ่มนี้น่าจะยังอยู่ในบริเวณนั้น

ในขณะที่เขากำลังเร่งฝีเท้าอยู่นั้นหูของเขาก็แว่วเสียงคนเรียก

"เหมๆ " ทำให้เขาต้องหันขวับไปดูก็มองเห็นพี่ภาเดินออกมาจากร้านกาแฟ

"หวัดดีครับพี่มานานแล้วหรือ?"

"มาตั้งแต่เช้าแล้วละ"

"อ้าว! แล้วทำไมไม่เข้ามาทักละ?"

"อยากจะเข้าไปทักเหมือนกันแต่เข้าไปไม่ถึง แฟนคลับน้องเหมมากเหลือเกิน พี่จึงลองมาคอยอยู่ที่นี่เผื่อจะเจอน้องบ้าง ก็ไม่ผิดหวัง"

พี่ภาเป็นคนยโสในยุคแรกๆ ที่เข้ามากรุงเทพฯ พี่ภามาเป็นแม่บ้าน ด้วยความที่เป็นคนที่พูดเก่งมีอัธยาศัยไมตรีเป็นเลิศจึงได้นำน้องๆ ที่เป็นผู้คนในละแวกบ้านเดียวกันมาทำงานเป็นแม่บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันพี่ภาแต่งงานกับชาวต่างชาติ มีบ้านอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 101 เหมรู้จักและสนิทสนมกับพี่ภามากก็ช่วงที่เขามาวิ่งวินอยู่ที่ซอยแห่งนั้น

ตั้งแต่คบกันมาพี่ภามีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเขามาตลอด แต่วันนี้พี่ภามาผิดที่ผิดเวลา และเขาก็ไม่รู้จะหาทางออกไปอย่างไรดี จะขอตัวไปแบบดื้อๆ ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการไม่สมควร ได้แต่คอยว่าเมื่อไหร่นะพี่เขาจะขอตัวไปเสียที

"เมื่อไหร่จะแวะไปเที่ยวที่ 101 บ้าง?" พี่เขาพูดไม่หยุดชวนคุยไปเรื่อยทำให้เขาเริ่มกระอักกระอ่วนใจมากยิ่งขึ้น

"คือ...เอ่อ! "

แต่ทันใดนั้นก็เหมือนมีสวรรค์มาโปรด เมื่อได้ยินเสียงแหลมเล็กของเด็กตะโกนมาจากมุมนั่งด้านข้างของร้านกาแฟ "คุณแม่ขากลับกันเถอะ" เสียงนั้นทำให้เขารีบฉวยโอกาศในขณะที่พี่เขากำลังลังเลอยู่ว่า จะหันไปคุยกับลูกสาวหรือคุยกับเขาต่อไป

"ผมคงต้องขอตัวก่อนละครับ รบกวนเวลาพี่มามากแล้ว" เขารีบปลีกตัวออกมาโดยไม่รอคำตอบ

เมื่อมาถึงลานจอดรถก็รีบสตาร์ทบึ่งออกไปทางประตูหลังเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะผ่านมาที่ร้านกาแฟนั่นอีก

รถคันนี้เป็นรถที่ทางสปอนเซอร์และทีมงานได้จัดหามาให้เขาใช้เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับรถให้มากที่สุด จึงเป็นรถรุ่นเดียวกันกับที่เขาใช้แข่ง คือ วายแซดเอฟอาร์วัน แต่จะเป็นรถสภาพเดิมๆ จากโรงงาน

เขาได้ขับรถเข้าไปในซอยเล็กๆ เพื่ออ้อมออกมาที่ถนนรามอินทรา แต่การลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ ซอยนั้นพาเขาออกมาห่างจากสะพานข้ามแยกแห่งนั้นไปมาก เขาจึงได้เร่งความเร็วแบบเต็มสปีดพอมาใกล้ถึงสะพานข้ามแยกจึงได้ลดความเร็วของรถลง สายตาก็สอดส่ายมองหาผู้คนที่เดินไปมาอยู่ริมถนนในบริเวณนั้นเผื่อจะเจอพวกเธอบ้าง แต่จนแล้วรอดก็ไม่เห็นแม้เงา เขาจึงได้ขับขึ้นไปบนสะพาน ซึ่งตอนนี้ไร้ผู้คน แต่เมื่อเขาชะลอรถๆ เก๋งคันหนึ่งก็บีบแตรไล่ เขาจึงได้ขับลงมาจากสะพาน นำรถเข้าจอดข้างทาง เหลียวมองไปรอบๆ กาย ซะเง้อมองไปให้ทั่วทุกทิศทางเท่าที่สายตาของเขาจะกวาดไปถึง การจราจรพลุกพล่านอยู่พอสมควร ผู้คนที่มาชมการแข่งขันต่างแยกย้ายทยอยกันกลับบ้าน โอกาศที่จะได้เจอญี่ปุ่นกลุ่มนั้นคงไม่มีแล้ว

หยิบโทรศัพท์ออกมาเสิร์ชหาคำว่าคามายาสึ ก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากนัก นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่ได้ขอเบอร์พนักงานขายน้ำมันของญี่ปุ่นกลุ่มนี้เอาไว้เลย เพราะคิดไปว่าญี่ปุ่นกลุ่มนี้ก็คงจะเหมือนกับคนแปลกหน้าทั่วๆ ไป ไม่คิดว่าจะมีอะไรที่จะมาสร้างความปั่นป่วนในหัวใจให้กับเขาได้มากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะดวงตากลมโตสีฟ้าคู่นั้นที่ดูจงใจจ้องมองมาเหมือนจงใจจะให้เขารับรู้ ได้จดจำเอาไว้มิให้ลืมเลือนมันไปตลอดชีวิต

ในที่สุดเขาก็เลิกล้มความตั้งใจ มุ่งหน้าไปที่ร้านฮารุ เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับทางสปอนเซอร์และทีมงาน

ซึ่งก็หาได้ไม่ยากนัก เพราะร้านตั้งอยู่ภายในอาคารของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ มีบริเวณโดยรอบกว้างขวาง ไม่ห่างจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งมากนัก

เพียงแจ้งว่ามางานดำเรซซิ่งสปอร์ต พนักงานก็รีบพาเขาเดินผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีแขกเหรื่อนั่งอยู่เต็มทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ขึ้นไปชั้น 2 ไปที่ห้องๆ หนึ่ง ที่มีทีมงานนั่งอยู่ครบ ซึ่งเขาก็ต้องไหว้กราดไปทั่วทั้งโต๊ะเพราะเห็นมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นสปอนเซอร์หลักนั่งอยู่ในนั้นหลายคน...

ดึกมากแล้วเพื่อนๆ ทีมงานเริ่มคุยกันเสียงดัง เหมได้ออกมาจากห้องจัดเลี้ยงเดินย้อนทางเดิมลงมาชั้นล่างผ่านห้องโถงออกมาทางด้านหน้าของร้านเดินออกมาตรงบริเวณลานกว้าง แล้วมานั่งที่ม้าหินอ่อนรูปวงกลม ที่ล้อมรอบรูปปั้นของสุนัขตัวหนึ่งอยู่ ท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใสเดือนลอยต่ำ มีลมพัดมาเบาๆ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีและไม่ได้มีให้เห็นได้บ่อยๆ นักสำหรับกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ผ่านฤดูร้อนอย่างตอนนี้ "เหม! " เสียงเรียกเบาๆ นั้นทำให้เขาหันขวับไปมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว แทบไม่เชื่อในสายตาของตัวเองเลย ว่านี่คือความจริง...

"คุณ!...เป็นคุณจริงๆ หรือ? "