writer block and circuit image
เขียนไม่ออกให้บอกมา Writer's block

Writer's Block เขียนไม่ออกให้บอกมา

ปัญหาของนักเขียนมือใหม่คืออาการเขียนไม่ออก Writer's block นั่นเป็นเพราะว่าะเราเพิ่งจะมาเริ่มต้นฝึกหัดเขียนระยะเวลาในการฝึกฝนของเรายังน้อยอยู่ ทำให้เรายังขาดประสบการณ์ขาดความชำนาญ

ถ้าเป็นการประกอบอาชีพการงานในอาชีพอื่น ถ้าประสบการณ์ยังน้อยมักจะเรียกกันว่าขาดชั่วโมงบิน ซึ่งอาการเหล่านี้ ถ้าเราไม่ท้อถอยหมั่นขยันฝึกฝนไปเรื่อยๆ อาการแบบนี้ก็จะหมด หรือบรรเทาเบาบางลงไป

อาการเขียนไม่ออก Writer's block มีอยู่ 2 ลักษณะคือ

1. เขียนไปเขียนมาก็เกิดอาการเขียนไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ เหมือนเราเดินทางไปเจอทางตันหมดทางไปหรือไปต่อไม่ได้

เหมือนกับนักแสดงหมดมุก หมดเรื่องที่จะนำมาแสดง หมดเรื่องที่จะนำมาพูด หมดเรื่องที่จะนำมาคุย

สาเหตุมาจากการเตรียมตัวคือเตรียมตัวมาน้อย เตรียมเรื่องหรือเนื้อหาที่จะมาพูดน้อยจนเกินไป ไม่เหมาะสมกับเวลาที่มี

ซึ่งในการเขียนนิยายของเราก็จะคล้ายๆ กันคือเรามีพล็อตเรื่องน้อยเกินไป เราผูกปมเรื่องเอาไว้ไม่เพียงพอ ที่จะใช้ในการเขียนนิยายของเราเรื่องนี้ให้จบลง ได้อย่างหมดจดบริบูรณ์

วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือ

อันดับแรกให้กลับไปดูพล็อตเรื่องของเราใหม่อีกครั้งว่ายังมีปมปัญหาใดๆ ยังหลงเหลืออยู่อีกที่เรายังไม่ได้คลี่คลาย ก็ให้นำมา

แต่ถ้าหากว่าได้ตรวจดูอย่างละเอียดแล้วปรากฎว่าปัญหาต่างๆ ได้ถูกคลี่คลายหมดแล้ว พล็อตเรื่องของเราได้ถูกอธิบายไปหมดแล้ว เราก็ต้องมาค้นหาปมใหม่ให้รอบด้าน มาเพิ่มเติม

ออกไปเก็บเห็ดอีกครั้ง

วิธีตรวจสอบหรือเขียนพล็อตที่ง่ายที่สุด สำหรับผมแล้วก็จะไม่เหมือนใคร หรือตำราเล่มไหนๆ แต่รับรองว่าเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลจริง และผมเคยแนะนำเอาไว้นั่นก็คือให้ใช้วิธีเดียวกับที่เราไปเก็บเห็ด เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ผมขอนำมาอธิบายอีกครั้งหนึ่งคือ

ให้เก็บเห็ดทุกชนิดที่เราเห็นว่า เป็นเห็ดที่รัปประทานได้เก็บมาหมดเลย แล้วค่อยนำมาเทลงไปในภาชนะ มาคัดเลือกว่า เห็ดแต่ละชนิดที่เราได้มานั้น จะนำไปทำอะไรบ้าง

ซึ่งอาจะนำไปประกอบอาหารต่างๆ เช่นทำต้มยำทำแกง ที่เหลือก็อาจจะนำไปขาย นำไปแปรรูปเพื่อเก็บเอาไว้เป็นเสบียง หรือทิ้งไป

วิธีในพล็อตเรื่องของเราก็จะเป็นวิธีการเดียวกันคือ

เราจะเก็บรวบรวมเอาหัวข้อที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องที่เราจะเขียนมาทั้งหมด มาเก็บรวบรวมเอาไว้ แล้วนำมาคัดแยก เช่น

ถ้าเราจะเขียนเกี่ยวกับยาเสพติด ปมปัญหาของเราคือยาเสพติด เราก็จะติ๊กเอาหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาทั้งหมด

เราก็จะได้หัวข้อหลักๆ มาดังนี้คือ

ปัญหายาเสพติดของโลก ปัญหายาเสพติดในไทย ผิดกฎหมาย ปัญหากับตำรวจ ปัญหากับเพื่อนบ้าน ปัญหากับชุมชน ปัญหากับสังคม ปัญหากับพระ ปัญหากับวัยรุ่น สมปองกับยาไอซ์ กัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ กระท่อม เป็นต้น

นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนที่ยกมา ซึ่งหลังจากนั้นเราก็มาคัดแยกและดูว่ามีหัวข้อไหนบ้างที่เหมาะสมพอที่เราจะนำมาเขียนเป็นนิยาย

เราจะเห็นได้ว่า ปัญหายาเสพติดของโลกกับหัวข้ออื่นๆ ดูเหมือนว่าจะมีเนื้อหากว้างเกินกว่าที่เราจะนำมาเขียนเป็นนิยายให้จบลงได้ในเรื่องเดียว

หัวข้อที่น่าสนใจมากสุด น่าจะเป็นสมปองกับยาไอซ์เพราะมีความเหมาะสมหลายอย่าง เช่นเนื้อหาไม่กว้างไม่แคบจนเกินไป เราน่าจะนำมาเขียนเป็นนิยายให้จบลงไปได้ ในนิยายเรื่องหนึ่ง

สมมุติว่า เราได้ตัดสินใจเลือกหัวข้อ สมปองกับยาไอซ์ มาเราก็นำมาแตกหัวข้อปลีกย่อยเล็กๆ ลงไปอีกให้สามารถเขียนเป็นนิยายให้จบได้ในตอนเดียวเช่น

ปัญหากับคนรัก

ปัญหากับครอบครัว

ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่การงาน

ปัญหาทางการเงินของเขา

ในเวลาที่เราประสบปัญหาในการเขียน เมื่อเราหันกลับมา เราก็พอจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปมปัญหา 1 2 3 ที่เราผูกเอาไว้คืออะไร? อยู่ที่ไหน? อย่างไร? และเมื่อเห็นว่าปมต่างๆ เหล่านั้นได้รับการแก้ไขหมดแล้ว เราก็มีความจำเป็นจะต้องออกไปหาเก็บเห็ดมาเพิ่มเติมเข้าไปอีก หรือผูกปมใหม่ขึ้นมา เช่น ปัญหากับสัตว์เลี้ยงของเขาเพิ่มเข้ามาอีก เพื่อให้เรื่องของเราดำเนินต่อไปได้

ซึ่งถ้าเรานำปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเขาเข้ามาแล้วปมข้อขัดแย้งของเรายังไม่พอ ก็ให้นำปัญหาอื่นๆ มาได้อีก แต่เฉพาะสัตว์เลี้ยงของเขา ก็น่าจะสามามารถสร้างปมปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้นมาได้อีกมากมาย จนสามารถให้เรามีเรื่องมาเขียนได้อีกไม่มีวันหมด ไม่แตกต่างไปจากเรื่องราวของฮิปโปโปเตมัส ของเจ้าพ่อนักค้ายาชาวโคลัมเบีย

2. กับอีกลักษณะหนึ่งคือ หลังจากวางพล็อตเรื่อง เล่าเรื่องได้เป็นตุเป็นตะว่าเนื้อเรื่องเป็นแบบนี้ ตัวละครเป็นแบบนั้น รู้กระทั่งว่าจะสื่อความหมายอะไรไปถึงผู้อ่านบ้าง ฉากแต่ละฉากได้ถูกออกแบบจัดไว้เป็นลำดับขั้นตอนว่าเหตุการณ์ไหนเกิดก่อนเหตุการณ์ไหนมาเกิดตอนหลัง เวลาและสถานที่คือที่ใด ตัวละครมีใครเป็นใครบ้าง และมีความสำคัญอย่างไร?

แต่พอจะเริ่มต้นลงมือเขียนก็มักจะเกิดอาการติดขัด Writer'block คือเขียนไม่ออก ขึ้นมาในทันทีทั้งๆ ที่ได้จัดระเบียบความคิดในการเขียนเอาไว้อย่างดีแล้ว

ปัญหาในลักษณะนี้ สาเหตุมาจากอาการขาดจินตนาการคือในจินตนาการด้านรายละเอียด ซึ่งในการดำเนินชีวิตนั้น

จินตนาการของมนุษย์เราก็จะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ

จินตนาการในภาพรวม

กับจินตนาการในข้อปลีกย่อยหรือจินตนาการในรายละเอียด

ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนักก็คือวิธีการเขียนพล็อตทีละซีน ซึ่งผมเคยอธิบายเอาไว้แล้วในเรื่องที่ว่าด้วย การเขียนพล็อตทีละซีน หรือเขียนพล็อตทีละตอนทีละบทคือ

ให้นึกถึงแต่ข้อมูลหลักๆ ข้อมูลสำคัญๆ ที่เราต้องการที่จะให้เกิดให้มีขึ้นในบทต่อไปเป็นสำคัญยังไมต้องไปคิดถึงพล็อตเรื่องในบทอื่นๆ ที่เรื่องยังเดินทางมาไม่ถึง วางแผนลงไปในเฉพาะบทเฉพาะตอนที่เราต้องการที่จะให้มีให้เกิดขึ้นมาในตอนที่จะมาถึงเท่านั้น

หลังจากนั้นก็เล่าเรื่อง ออกมาอย่างคร่าวๆ เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นมา

ต่อจากนั้นเราก็มาแต่งเติมรายละเอียดอื่นๆ เข้ามา มีอะไรบ้างละ? ก็เช่น คำสนทนาที่ตัวละครควรมี

บทบรรยายการกระทำของตัวละครหมายถึงแอ็คชั่นต่างๆ ของตัวละครที่นำพาให้เรื่องดำเนินไป

บทบรรยายที่เป็นความนึกคิดของตัวละคร (Thought)

บทบรรยายภูมิทัศน์ฉากต่างๆ สถานที่ทั้งภายนอกภายใน ถนนหนทาง ร้านค้า สี่แยก

แฟลชแบคหรือภาพสะท้อนย้อนกลับของตัวละคร เป็นต้น

การที่เรามาเน้นในรายละเอียดของเรื่อง หรือการเน้นลงมาที่ซีนและเขียนพล็อตทีละบทจะเป็นตัวช่วย หรือส่งเสริมให้เรามีจินตนาการในรายละเอียดได้ดีขึ้น

อย่าลืมหลัการพื้นฐานของเรานะครับ คือหมั่นฝึกฝน Back to basic

ในภาษาของนักกอล์ฟนั้น คำที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ก็คือคำว่า Feeling ความหมายก็คือให้ทำการฝึกซ้อมจนจดจำความรู้สึกดีๆ ของตัวเองให้ได้ ความรู้สึกนั้นไม่มีใครบอกได้แม้แต่โปรฯ ผู้ฝึกสอนเองก็ตาม ความรู้สึกดีๆ นั้นจะเกิดขึ้นมาได้จากการฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่าจนสามารถกะระยะได้ กะน้ำหนักของมือที่จะหวดลงไปในแต่ละครั้งให้พอดีได้

ในการเขียนนิยายก็จะไม่แตกต่างกันคือ เราจะต้องหมั่นฝึกฝนหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยากใดๆ การกระทำสิ่งใดครั้งแล้วครั้งเล่าซ้ำๆ เข้าไปในจุดเดิม จะทำให้เรามีทักษะความชำนาญ หรือจดจำความรู้สึกดีๆ ในรูปแบบการเขียนนิยายนั้นๆ ของเรา จนสามารถนำมาเป็นแบบอย่างให้กับตัวเองได้

สรุปได้สั้นๆ ว่า

ถ้าเกิดอาการ เขียนไม่ออก Writer's block เราควรจะกลับไปดูที่พล็อตเรื่องของเราว่า ปมปัญหาต่างๆ เราคลี่คลายไปหมดหรือยัง ถ้าหมดแล้วให้สร้างปมใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม

กับอีกวิธีหนึ่งคือให้เขียนพล็อตทีละซีน หรือทีละบท เพื่อส่งเสริมทักษะจินตนาการในระดับย่อยของเราให้ดีขึ้น

พบกันใหม่อีกครั้งในบทต่อไปครับ